พฤศจิกายน 22, 2017, 02:27:00 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้สึกส่วนตัวน่าจะคิดมากไป  (อ่าน 885 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Teerapon
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 30
กระทู้: 1
สมาชิก ID: 3075


อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2016, 10:33:02 PM »

Permalink: ความรู้สึกส่วนตัวน่าจะคิดมากไป
รู้สึกเหมือนเพ่งจิตไปตามส่วนต่างๆของร่างกายได้รวมถึงสมองแต่ละจุดเพ่งแล้วบังคับได้ใส่ความรู้สึกอารมณ์และกำหนดได้ชะลอจิตได้โยกย้ายจิตได้ปรับจิตได้แล้วก้อรู้สึกเหมือนสามารถเปล่งเข้าและออกบางอย่างที่ไม่รู้มันคืออะไรออกจากตัวได้และิยากรู้ว่าคลื่นพลังงานในร่างกายคนเราสามารถส่งผลต่อสิ่งของหรือวัตถุที่มีคลื่นพลังงานเหมือนกันนั้นอย่างไร.  นี่คือสิ่งที่คิดหรือรู้สึกไปเองใช่มั้ยวอนผู้รู้และเข้าใจตอบผมทีหรือว่าผมไม่ปกติ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง.  จุมพิต




บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 764
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2016, 12:17:04 PM »

Permalink: ความรู้สึกส่วนตัวน่าจะคิดมากไป
- การที่บังคับในส่วนต่างๆของร่างกายได้ ก็เป็นเรื่องปกติของจิต จิตมันบังคับกาย ไม่ใช่กายบังคับจิต

- เรื่องการควบคุมนี้แบ่งเป็นสองสายใหญ่ดังนี้
   ก. ถ้าเข้าถึงจริงปฏิบัติได้จริงเป็นภาวะที่เกิดจากฌาณ ให้ไปเรียนธาตุกรรมฐาน ในสายพระป่าก็ได้ สายหลวงปู่ฤๅษีก็ได้ สายมัชฌิมาแบบลำดับก็ได้ จึงจะตรงทางมากกว่าถามกับคนธรรมดาทั่วไป ...ซึ่งทางพระพุทธศาสนาอาการเป็นเรื่องของการคลุมธาตุ ๔
   ข. กสิน ให้ไปเรียนธาตุกรรมฐาน ในสายพระป่าก็ได้ สายหลวงปู่ฤๅษีก็ได้ สายมัชฌิมาแบบลำดับก็ได้ กสินเป็นการสะกดจิตตนจนทำให้เป็นจริง ครูบาอาจารย์ท่านว่าไว้กสินที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้มีโทษน้อย จนถึงไม่มีโทษเลยเพราะกสินจะลงธรรมตลอด แต่เราต้องมีครูบาอาจารย์ ถ้าทำไม่ได้ก็บ้า ทำได้ก็ได้ฤทธิ์มา

- การปรับจิตย้ายจิตนี้เป็นปกติของจิต ที่มีการเคลื่อนไปอยู่ตลอดเวลาตาม เจตนา ผัสสะ มนสิการ

- ถ้าเป็นภาวะในฌาณ เมื่อตัวรู้ คือ ดวงจิต แยกจากจิตที่รู้ผัสสะ มีอาการเพ่งในนิมิตแล้วยกจิตขึ้น มันจะคิดได้บ้างหรือแช่นิ่งว่างดูสภาวะนั้นอยู่ แม้มีการเข้าไปทำไว้ในใจต่ออารมณ์ความรู้สึกต่างๆ แต่ไม่หลุดจากนิมิตนั้น อาการนี้นี้เรียกยกจิตเข้าปฐมฌาณ หากจิตเข้าสมาธิได้ ถ้าจิตไม่อิ่มมันมีความปรุงไปเรื่อย เราต้องปล่อยให้มันเป็นไปของมันทำแค่มีสติตามรู้มันไปดูมันอยู่เฉยๆเท่านั้นจนกว่าจิตมันจะอิ่ม ..ถ้าจิตอิ่มมันจะว่าง นิ่ง สำเหนียกมากกว่าจะคิด จิตมีกำลังมาก เราอธิษฐานคือทำไว้ในใจถึงสิ่งใดมีความต้องการดูนิมิตเหล่าใด ภาพนั้นจะปรากฏให้เห็นทันที ย้ายไปรู้ที่นั่น ที่โน่น ที่นี่ได้ดังใจ บังคับเล็กใหญ่ ย่อ ขยายได้ สามารถให้มันดำเนินไปตามต้องการได้ ภาวะนี้ควรแก่งานที่จะลงธรรมหรือเล่นกสิน ซึ่งจะทำได้เมื่อจิตนั้นสามารถเข้าปฐมฌาณแช่อยู่จนจิตอิ่มได้ แล้วเคลื่อนออกมาอุปจจาระฌาณ จนเมื่อจิตว่างรู้ตัวทั่วพร้อมไม่มีความคิด ทำไว้ในใจอย่างไรมันวาบไปทันทีเรียกว่า จิตสำเหนียก เป็นอาการที่มีวิจารอยู่วิตกดับไป เคลื่อนเข้าทุติยฌาณ

- อาการที่เปลงเข้าเปล่งออกนี้เป็นส่วนของจิตที่มันมีกำลังอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองไม่น้อมไปหาอารมณ์ตามปกติ เรียกว่ามันอิ่มจิตจากการไม่เสพย์อารมณ์ภายนอกมีกำลังอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองบ้างเพียงปิติ บ้างเป็นการเห็นภาวะของจิต

- ส่วนคลื่นพลังงานบ้างเราเห็นสีนั้น สีนี้ เป็นสีฟ้าบ้าง แดงบ้าง เหลืองบ้าง ขาวบ้าง อย่าเพิ่งไปตีลงส่วนอื่นใดนอกจากธรรม เพราะสมาธิมีกำลังมาก เราก็เห็นวรรณะคือ สีนี้ได้ เป็นออร่าบ้าง เหมือนกลุ่มพลังงานเป็นสีต่างๆบ้าง แต่ถ้าไม่คงที่ทำไม่ได้ตลอดให้รู้ว่าเป็นเพียงอาการหนึ่งๆของจิตตามปกติที่มีอยู่นับล้านๆแบบให้รู้เท่านั้น รู้แล้วว่าแค่ปกติอาการของจิต แล้วก็วาง

- ของพวกนี้มันมีทั้งจริงและไม่จริง ให้แค่รู้เฉยๆเอาลงธรรมไว้ก่อนจะได้ไม่บ้า จนกว่าจะเจอครูบาอาจารย์

** ที่กล่าวมาคือการสงเคราะห์ลงทางพ้นทุกข์ มีอะไรแค่รู้พอปล่อยให้มันเป็นไปของมันเรื่อยๆ ทำให้ได้บ่อยๆ บังคับนิมิตหรือสภาวะได้แสดงว่าจิตมีกำลังควรแก่ง่านที่จะดำเนินต่อไปได้ ส่วนมากรู้เยอะจะเข้าไม่ได้อีก รุ้เพียงแค่ดูมันไปเรื่อยๆมีสติสัมปะชัญญะอยู่ก็พอ

** แต่หากอยากได้ อภิญญาญาณ ให้ไปหาครูบาอาจารย์ครับ ท่านจะสอนวิธีที่มากขึ้นไปอีก หรือหากออกนอกทางท่านจะสอนดึงจิตกลับมา แล้วยกขึ้นกองกรรมฐานได้ คนที่เข้าเวบทุกคนล้วนแค่ปุถุชน จะบอกได้ไม่เกินที่ตนรู้ยิ่งกว่าไม่ได้ ทางที่ถูกคือไปหาครูในสำนักสายพระป่าก็ได้ สายหลวงปู่ฤๅษีก็ได้ สายมัชฌิมาแบบลำดับก็ได้ ดังที่ผมบอกไว้ครับ


ผมมีความรู้น้อยเข้าถึงน้อยบอกและเทียบเคียงอนุมานคาดคะเนเดาเอาให้ได้เพียงที่ตนรู้และเข้าถึงเท่านั้น แต่ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้ทำเพื่อพ้นจากทุกข์มา หากอยากรู้ยิ่งๆขึ้น ถูก ตรงตามจริง อย่าไปอิงตำราและคำพูดของผู้ไม่รู้ให้มันรกสมอง เพราะหนังสือตำราไรๆจะกล่าวเป็นทางกลางๆไว้ไม่เจาะจง ไม่จำแนกวิธีที่เข้าถึงในทางต่างๆตามจริตนิสัยคนที่มีอยู่ล้านๆแบบ แต่ท่านจะกล่าวเป็นทางเข้ากลางๆไว้ที่ให้ทุกจริตนิสัยน้อมเข้าได้ไวเท่านั้น ซึ่งจะเป็นแนวสุกขวิปัสสโกเป็นส่วนใหญ่ ควรไปหาครูบาอาจารย์ เพราะเวบมีแต่ผู๔้ที่ยังไม่แจ้งแทงตลอดทั้งสิ้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 31, 2016, 12:34:12 PM โดย เกียรติคุณ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤศจิกายน 19, 2017, 04:38:29 PM