มีนาคม 24, 2017, 10:55:42 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิปัสสนุกิเลส  (อ่าน 1153 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 11, 2010, 10:12:55 PM »

Permalink: วิปัสสนุกิเลส
วิปัสสนุกิเลส 
   
       คำว่า วิปัสสนูปกิเลส หมายถึง ความเศร้าหมองของวิปัสสนา

 ข้อความในพระไตรปิฎกและอรรถกถาท่านแสดงว่า

ผู้ที่เจริญวิปัสสนาจนถึงระดับสัมมสนญาณและอุทยัพพยญาณ

เมื่ออุทยัพพยญาณดับไปแล้ว กิเลสที่ยังไม่ได้ดับเป็นสมุทจเฉทก็ทำให้

เกิดความพอใจใน วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น โอภาส ญาณ ปีติ สุข

เป็นต้น นี้เรียกว่า ความเศร้าหมองของวิปัสสนา สำหรับขณะทั่วๆไปผู้ที่ยังมีกิเลส มี

เครื่องเศร้าหมองของจิต(อุปกิเลส) เกิดเป็นปกติอยู่แล้ว



ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

วิปัสสนูปกิเลสอาจจะเกิดขึ้นได้ บุคคลนั้นต้องเริ่มจากเกิดจากการอบรมปัญญา

ขั้นการฟังด้วยความเข้าใจถูกก่อน จนปัญญาถึงระดับวิปัสสนาญาณ

วิปัสสนูปกิเลสจึงเกิดขึ้นได้ (แต่ไมได้หมายความว่า วิปัสสนูปกิเลสเกิดจากความเห็นถูก

แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจถูกก่อนจึงจะถึงระดับวิปัสสนาญาณ) ดังนั้น หากยัง

ไม่เข้าใจหนทางที่ถูกต้องแม้ขั้นการฟัง ก็อาจสำคัญในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น

วิปัสสนูปกิเลส ก็ถูกกิเลสหลอกอีก ไม่พ้นไปจากความไม่รู้ ดังนั้นปัญญาเริ่มต้น

จึงควรเข้าใจก่อนว่าธรรมคืออะไร

สัมมสนญานเป็นวิปัสนาญาณที่เจือด้วยความคิดอยู่

ถึงแม้จะประจักษ์ในเรื่องรูปนามแล้ว
 
ที่สำคัญเราคิดเรื่องอะไรก็ขอให้รู้ว่าคิด เพราะความคิดเป็นต้นเหตุของ

ความสงสัยและความสงสัยเป็นเหตุให้เราคิดหาคำตอบโดยวิธีการต่างๆ หรือแม้กระทั่ง

คิดว่าบรรลุธรรมแล้วถ้าเรารู้ไม่ทันก็จะสมมุติให้ตัวเองอยู่ขั้นนี้ อยู่ขั้นนั้น เป็นโน่นเป็นนี่

การตัดสินความรู้เป็นเรื่องของสติปัญญาเขาทำหน้าที่ ไม่มีเราเป็นผู้ตัดสิน ก็แล้วแต่จะ

ใส่ชื่อใส่สมมุติว่าอะไรมันก็เป็นแค่สมมุติ ถ้าติดสมมุติก็ยังเป็นวิปัสสนูปกิเลส แต่แท้

จริงแล้ว ทั้งความคิด และความสงสัย ก็เป็นธรรมะ

ผิดถูกประการใดแล้วแต่ท่านผู้รู้จะพิจารณา ขออนุโมทนา

ขอบคุณลานธรรม
 
 
 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ มีนาคม 03, 2017, 01:22:16 AM