พฤษภาคม 27, 2017, 06:41:19 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แผลเป็นคีลอยด์  (อ่าน 3024 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
komsun
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 2


เพศ: ชาย
อายุ: 20
กระทู้: 12
สมาชิก ID: 1068


« เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 12:19:02 PM »

Permalink: แผลเป็นคีลอยด์
แผลเป็นคีลอยด์เป็นก้อนเนื้อ พังผืด ไม่มีเปลือกหุ้ม ลักษณะก้อนไม่แน่นอน เกิดขึ้นที่หนังชั้นในและโตขึ้นจากการสะสมของสารคอลลาเจนในระหว่างการหายของแผล การเจริญเติบโตของมันใหญ่เกินขอบแผลเป็น มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แผลเป็นคีลอยด์เป็นผิวหนังที่เกิดความผิดปกติ นูนหนาขึ้นมานอกขอบ แผลมักพบภายหลังการผ่าตัด เช่น หลังผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดคลอดลูก ผ่าตัดช่องท้อง มักพบในแผลหลังผ่าตัดประมาณ 8 เดือนขึ้นไป แผลไฟไหม้ แผลจากสิวโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการเกิดสิวอักเสบที่บริเวณหน้าอก ไหล่ หลัง การแกะ บีบสิวมีโอกาสจะเกิดแผลเป็น คีลอยด์ยิ่งมากขึ้น

 

ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดสาเหตุของแผลคีลอยด์ แต่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าปัจจัยหลายอย่างมีผลต่อการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ เช่น สภาพความชุ่มชืนความตึงของผิว ความช้ำของแผล แผลที่ใช้เวลาในการรักษานานกว่าสองสัปดาห์มีวัสดุแปลกปลอมค้างอยู่ในแผล เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรมพบว่า ถ้ามีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย โอกาสที่คนนั้นจะเป็นคีลอยด์ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ตามข้อมูลพบหมู่เลือดกรุ้ป A แผลเป็นคีลอยด์จะเปลี่ยนเป็นแผลกลายได้

 

ผู้ที่เป็นแผลเป็นคีลอยด์จะเกิดอาการคัน ปวด เจ็บ และมีความเครียดจากด้านจิตใจเนื่องจากความไม่สวยงามของแผลเป็น การเกาจะยิ่งทำให้แผลนั้นลุกลามใหญ่โตนูนขึ้นกว่าเก่าได้ บางคนจะมีอาการเจ็บตึงของแผลค่ะ

ส่วนการรักษาจากทางแพทย์นั้นจำแนกออกเป็น 2 วิธีการใช้การผ่าตัดและใช้ยาเตรียรอยด์เข้าไปบริเวณแผลเป็นโดยตรง แต่ก็มีข้อห้ามในการฉีดยาสเตียรอยด์ในผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะว่ามีผลต่อทารก ผู้ป่วยที่เป็นสิวก็จะทำให้เป็นสิวมากขึ้น เป็นต้น ดังนั้นการฉีดพวกนี้ควรจะอยู่ภายในการแนะนำของแพทย์ หลังจากที่แผลหายดีแล้วการจะฉีดยาไทรแอมซิโนโลนอีก ต่อทุกๆ 1 เดือน เพื่อคุมแผลเป็นไม่ให้โตขึ้นอีก เพราะว่าถ้าฉีดมากเกินไปจะทำให้แผลมีรอยบุ๋มหรือรอยยุบอย่างถาวร ซึ่งจะดูไม่สวยเป็นโรคแทรกซ้อนอันหนึ่งของการฉีดสเตียรอยด์ จะมีลักษณะผิวหนังเป็นรอยขาวๆด่างๆ เมื่อแผลเป็นยุบเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะใช้แป้งทาหน้าที่เป็นสีเนื้อทาลงบนแผลเป็นนั้น ผิวสีก็จะกลมกลืนกับผิวเนื้อของผู้ป่วยค่ะ

 

 

ที่มา  Samitivej Club




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว