สิงหาคม 20, 2017, 11:11:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2  ทั้งหมด   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่  (อ่าน 22998 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
man123
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 22


เพศ: ชาย
อายุ: 23
กระทู้: 35
สมาชิก ID: 1324


« เมื่อ: มกราคม 16, 2012, 04:14:48 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ผมนั่งสมาธิก็รู้สึกสงบมากขึ้นบ้างแล้วครับพอออกจากสมาธิก็รู้สึกเฉยๆแล้วผมก็เจริญวิปัสสนาไปด้วยอะครับ
แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกตกใจง่ายมากเวลาได้ยินเสียงอะไรมันเป็นเพราะอะไรหรอครับ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 16, 2012, 06:37:13 PM โดย man123 » บันทึกการเข้า
somchai_eee
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 7


อายุ: 38
กระทู้: 7
สมาชิก ID: 1316


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 16, 2012, 08:37:43 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ลองพิจารณา ตอนที่มีสมาธิแล้ว ถึงธรรมที่ว่า ทุกสิ่งล้วน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่าเป็นจริงตามนี้มั้ย พิจารณาจนรู้แม้ตื่น ก็ยังระลึกได้เสมอ ว่าไม่มีตัวกู ของกู ตายเมื่อไหร่ก็ไม่เป็นไร เพราะสังขารนี้ไม่ใช้ของเรา หรือบางท่านก็พิจารณาสังขารตัวเองว่า ต้องตาย ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง สลายลงไปเรื่อยๆ ครับ ลองดูนะครับ เพราะผมก็เคยเป็น แต่ตอนนี้หายแล้ว
อย่าลืมนะครับว่า สติ สมาธิ ปัญญา ต้องวนรอบใช้กันอยู่เสมอแม้ว่าเราจะทำสิ่งใดก็ตาม อย่าติดอยู่ที่ สมาธิอย่างเดียว
บันทึกการเข้า
man123
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 22


เพศ: ชาย
อายุ: 23
กระทู้: 35
สมาชิก ID: 1324


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 05:00:29 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
แล้วตอนที่ผมเริ่มนั่งสมาธิพอผมเริ่มหลับตากำหนดลมหายใจจิตมันก็สงบทันทีที่เริ่มนั่งอะครับอันนี้เป็นเพราะสมาธิผมนิ่งมากขึ้นหรือปล่าวครับ
บันทึกการเข้า
somchai_eee
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 7


อายุ: 38
กระทู้: 7
สมาชิก ID: 1316


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 05:50:09 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
แล้วท่านนั่งสมาธิเพื่ออะไร
1.แค่จิตสงบ
2.ให้ได้ฌานจนได้ฤทธิ์ต่าง
3.ลดทุกข์ ->นิพพาน
4.อื่นๆ บอกด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 39
กระทู้: 743
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 06:38:40 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
- สภาพความตกใจ เพราะมีความตื่นกลัวอยู่ในใจเสมอๆ กลัวที่จะเกิดสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ-ไม่พอใจยินดี-ไม่ต้องการขึ้นมา
- สภาพที่ตื่นกลัวนี้จะขาดซึ่ง สติ ระลึกรู้สภาพของจิตตนว่ามีความรู้สึกเช่นไรอยู่ กำลังกระทำสิ่งใดอยู่ เพราะถูกความคิดปรุงแต่งสร้างเรื่องราวสมมติกลบสติระลึกรู้ของตน เช่น เมื่อเกิดเสียงดังขึ้น เมื่อเกิดความตกใจ เราก็เริ่มคิดทันทีว่าเสียงนั้นเป็นเสียงอะไร เสียงปืน เสียงผี เสียงคนที่จะมาทำร้ายเราบ้าง เสียงระเบิดบ้าง เสียงรถจะพุ่งมาบ้าง เสียงคนถูกทำร้ายบ้าง
- เป็นธรรมดาของคนที่ย่อมมีความกลัวในใจอยู่ เพราะยังไม่ได้บรรลุอรหันต์ พระอริยะเจ้าที่ต่ำกว่าพระอรหันต์ก็ยังตกใจ ยังกลัวตายอยู่เช่นกัน ดังนั้นคนทั่วไปอย่างเราจึงเกิดความถือในตัวตน กลัวตาย กลัวไม่ได้ตามที่ต้องการ ไม่อยากพบเจอสิ่งที่ตนไม่ชอบไม่ต้องการอยู่เสมอๆ ทางแก้ก็เหมือนที่ท่าน somchai_eee กล่าวไว้ดีแล้ว
-  แต่ในส่วนเพิ่มเติมของผมนั้นจะพึงระลึกว่า เราได้กระทำปฏิบัติในพระพุทธศาสนาแล้ว เห็นว่าเราจักมีความตายเป็นธรรมดาจะล่วงพ้นความตายนี้ไปไม่ได้ กิน ยืน เดิน นั่ง นอน เราก็อาจจะตายในวินาทีไหนก็ได้ คนเรามีความพรัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจเป็นที่สุด แล้วตั้งวางใจไว้กลางๆพึงระลึกรู้พิจารณาหาเหตุว่าเพราะอะไรเราจึงตกใจ ที่ตกใจเพราะกลัวสิ่งใด เพราะตั้งเอาสิ่งใดมายึดมั่นถือมั่น ความพอใจยินดีสิ่งใดไว้ ให้เกิดเป็นสภาพกลัวนั้นๆ แล้วดับที่ความสำคัญมั่นหมายยึดมั่นถือมั่นพอใจนั้น

เมื่อจิตมันคิดเรามาลองคิดสวนทางมันด้วยสติพิจารณาตามจริงดังนี้ดูมั้ยครับ อาจได้แง่คิดเพิ่มก้อได้นะครับ อิอิอิ
  ๑. ที่ตกใจกลัวนั้นเพราะยังรักชีวิตอยู่ เพราะยังอยากจะใช้ชีวิตเช่นนี้ๆ หากเป็นดังนี้ให้พึงระลึกเสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีความไม่เที่ยงคือไม่คงอยู่ตลอดไป ไม่มีตัวตนอันที่เราจะไปบังคับให้เป็นไปดั่งใจต้องการได้ วันนี้อาจจะดี พรุ่งนี้อาจจะไม่ดี วันนี้คงอยู่ พรุ่งนี้อาจจะเสื่อมสลาย ดังนั้นที่มีอยู่มันก็แค่ตัวทุกข์หากไปหยิบจับยึดมั่นถือมั่นไว้ วันหนึ่งเราก็ต้องจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้นไป หากเราได้กระทำดีแล้วต่อบุพการี คือ มีความกตัญญู-กตเวทีแล้ว ได้ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว มีทานแล้ว แม้จะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ได้กระทำสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ชาตินี้ไม่มีสิ่งใดต้องเสียดายอีกแล้ว แม้ตายก็ไม่ควรเสียดายชีวิต เพราะได้การกิจหน้าที่อันประเสริฐนั้นแล้ว
    ๒. ที่ตกใจกลัวนั้น เพราะไม่อยากจะพบเจอสิ่งใดๆอันไม่เป็นที่รัก-ที่ไม่พอใจ กลัวการสูญเสียพัดพรากจากสิ่งที่รักไป จนทำให้เราต้องขุ่นมัวใจ คับแค้นใจ อัดอั้นใจ ไม่สบายกาย-ใจ เมื่อมีความวิตกนึกคิดอยู่อย่างนี้ เมื่อเจออะไรนิดหน่อยที่เป็นการกระตุ้นในความสำคัญมั่นหมายของใจไว้ ก็ทำให้เราตกใจกลัว ดังนั้นให้พึงระลึกว่าเรายังมีความพอใจยินดีอยู่มาก ยังห่วงหวงสิ่งเหล่านั้นเราใจเราตั้งสำคัญมั่นหมายไว้อยู่จึงเกิดอาการตกใจกลัว เรายังมีความตั้งใจไว้กลางๆไม่ตั้งความยึดมั่นถือมั่นไม่เพียงพอ ดังนั้นเราพึงไม่หยิบจับเอาความพอใจไม่พอใจมาเป็นที่ตั้ง พึงระลึกถึงเราได้กระทำดีแล้วแม้จะได้พบเจอกับสิ่งใดมันก็ไม่มีผลกับเราอีกแล้ว สิ่งต่างๆมันไม่ใช่ของเรา เพราะมันไม่มีตัวตนอันเราจะไปบังคับจับต้องมันได้ เรายืมของเขามาใช้เมื่อถึงวันหนึ่งเราก็จะต้องคืนเขาไปไม่ด้วยทางได้ก็ทางหนึ่ง มันมีการเสื่อมสลายเป็นธรรมดา มันไม่คงอยู่ตามความต้องการของเราได้
บันทึกการเข้า
man123
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 22


เพศ: ชาย
อายุ: 23
กระทู้: 35
สมาชิก ID: 1324


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 08:19:03 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ขอบคุณมากครับ คุณเกียรติคุณบอกผมไปแล้วครับว่าในศาสนาพุทธไม่สอนให้คนปฏิบัติเพื่อมี ฤทธิ์ เดช ฌาณ ญาณ อภิญญา ผมก็ปฎิบัติเพื่อพ้นทุกข์แหละครับ แต่ที่ผมรู้มาว่าการปฎิบัติเพื่อนิพพานไม่ใช่การนั่งสมาธิแต่เป็นการเจริญวิปัสสนาอะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 17, 2012, 08:38:53 PM โดย man123 » บันทึกการเข้า
somchai_eee
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 7


อายุ: 38
กระทู้: 7
สมาชิก ID: 1316


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 10:06:05 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ถูกต้องแล้วครับคุณ man123    ฝึกให้จิต มีสติ  จิตมีสมาธิ จิตใช้ปัญญา  และมีสติรักษาศิล 5 เป็นอย่างน้อยอยู่เป็นนิจ ใช้ปัญญาไตร่ตรองความจริง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงที่มีสมาธิ ปัญญาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด  พิจารณาจนจิตสามารถนำ สติ สมาธิ และปัญญามาใช้ได้ตลอด จนกว่า จิตหลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่น ต่อทุกสรรพสิ่งได้ ไม่มีตัวกูไม่มีของกู หรอก
บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 39
กระทู้: 743
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 11:23:04 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
สมาธิ การมีใจจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นแอารมณ์ เป็นส่วนสำคัญที่เกื้อหนุนให้พิจารณาให้เกิดปัญญาเห็นจริงในระดับสมถะและวิปัสนา
สมถะ คือ การปฏิบัติที่มีบัญญัติเป็นอารมณ์มีปัญารู้ในบัญญัติเพื่อให้จิตนั้นเป็นกุศลตัดขาดจากอกุศล
วิปัสนา คือ การปฏิบัติด้วยพิจารณาให้เห็นใน ปรมัตถธรรมเป็นอารมณ์ คือให้เห็นสภาพจริงๆ ความรู้สึกจริงๆที่ตัดขาดจาก สมมติ และ บัญญัติ มีเพียง รูป-นาม ไม่มีชื่อ มีแต่สภาพจริงให้เห็น ให้รับรู้ พิจารณาง่ายๆก็คือ ขันธ์ 5 เรานี้เอง
 ๑. รูปขันธ์ ก็คือรูปธาตุที่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นเบื้องต้นที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปร่าง
 ๒. วิญญาณขันธ์ คือ นาม เป็นจิตที่มีหน้าที่รู้
 ๓. เวทนาขันธ์ คือ นาม เป็นเจตสิก ที่เกิดขึ้นประกอบกับจิตให้รู้เสวยอารมณ์ว่า สุข ทุกข์ เฉยๆ
 ๔. สัญญาขันธ์ คือ นาม เป็นเจตสิกที่เกิดขึ้นประกอบกับจิตให้รู้จำจด เมื่อสัญญาเกิดก็จะรู้สิ่งที่เคยผ่านมาแล้วที่เคยจดจำไว้ไม่ว่าคำพูด ชื่อ บุคคล ความรู้สึก สภาพที่เคยพบเคยสัมผัสมาแล้วเป็นต้น
 ๕. สังขารขันธ์ คือเจตสิกที่เกิดขึ้นประกอบจิต เช่น ปรุงแต่งเป็น ชอบ ไม่ชอบ เกลียด โกรธ รัก พอใจ ไม่พอใจ เป็นต้น
- จะเห็นว่าใน ขันธ์ 5 ไม่มีสิ่งอันเป็นตัวตน บุคคลใด มี รูปธาตุ และ นามที่เป็น จิต และ เจตสิกเกิดประกอบรวมกัน ไม่มีชื่อ ไม่มีเขา ไม่มีเรา คำว่าขันธ์ 5 ก็เป็นบัญญัติที่ตั้งขึ้นเรียก สภาพจริงทั้ง 5 อย่างนี้ สภาพของขันธ์ 5 มีอยู่จริง แต่ชื่อเรียกนั้นมันเป็นแค่สมมติบัญญัติที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เข้าใจตรงกันในสภาพทั้ง 5 นั้น คนทั่วไปก้อเรียกว่า คน บุคคล ฝรั่งว่า Human เป็นต้น
 
- แนวทางการปฏิบัติของผมในเบื้องต้นไม่ต้องไปลงลึกมาก ให้ปฏิบัติทั้งสมาธิเพื่อให้เกิดความสงบ ปิติ อบอุ่น เบาบาง แต่อย่าติดความสุขนี้นะครับ(เพื่อก่อเกิดความสงบให้ค้นพบซึ่งการมีสติระลึกรู้และรู้ตัวในสัมปชัญญะที่เกื้อหนุนแก่สติให้มาก) จากนั้นให้พิจารณาแบบสมถะโดยมีบัญญัติเป็นอารมณ์เพื่อเกิดปัญญาพิจารณาให้เห็นถึงสัจธรรม เข้าถึงความเป็นกุศลของจิต จะทำให้เราเกิดความเห็นชอบที่เรียกว่า สัมมาทิฐิ และ ความคิดชอบ สัมมาสังกัปปะ ในขั้นต้นที่เกื้อหนุนควบคู่กับการพิจารณาให้เห็นด้วย สติ ปัญญา ที่มีสภาพปรมัตถธรรมเป็นอารมณ์ แล้วตัดแยกสภาพจริงออกจากสมมติ+บัญญัติ ในสภาพของ สัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ
- การปฏิบัติเพื่อให้ตนเองถึงซึ่งนิพพานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องค่อยๆสะสมสั่งสมบารมีไปจนถึงจุดที่ถึงซึ่งความไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็จะเกิดเอง ไม่ใช่ทำเอาเป็นเอาตายเพราะอยากบรรลุ มันจะก่อให้เกิดอัตตาและตัณหามาแทนความเป็นกุศลจิต พอไม่ได้ดังหวังก้อเกิดทุกข์อีก ดูตัวอย่างพระอรหันต์แต่ละองค์สิครับ ท่านสะสมบำเพ็ญมานานเท่าไหร่จึงจะถึงซึ่งนิพพาน เราล่ะเคนปฏิบัติสิ่งใดๆมาบ้างไหมก็ยังไม่รู้ ดังนั้นให้ค่อยๆปฏิบัติ สะสมความดี กตัญญู ไปเรื่อยๆ ปฏิบัติเพื่อให้ความทุกข์เบาบางลงไป ให้เราเป็นคนดีทั้ง กาย วาจา ใจ  และ เผยแพร่พระพุทธศาสนาพระธรรมคำสอนที่ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน ช่วยให้คนอื่นได้พ้นทุกข์ตาม ไม่หวังใน ฤทธิ์ เดช ลาภ ยศ สรรเสริญ สักการะ เมื่อถึงเวลาก้อจะได้เองทุกอย่างจะนำพาเราให้เห็นเอง ถึงเอง
- การที่คุณปฏิบัติแล้วสงบขึ้น ก็แสดงว่าสภาพจิตใจคุณไม่ทุกข์ร้อน ไม่ร้อนรน ไม่คิดฟุ้งซ่าน แต่ความสงบก็ใช่ว่าเรานั้นได้ตัดขาดจากความคิด และ ต้องดูสภาพตนเองว่าข่มมันให้ว่าง ให้นิ่งสงบด้วยการใช้สมาธิกดไว้หรือไม่ เพราะตรงนี้มีคุณเท่านั้นที่รู้ หากสภาพความสงบที่เกิดขึ้นโดยไม่ข่มจิตนั้น คุณจะรู้สึกสงบ อบอุ่น เบาสบาย ปิติ อิ่มเอม ไร้ความกังวลใจใดๆ
- หากเมื่อถึงสภาพตรงนี้แล้วให้คุณเริ่มเรียนรู้การเข้าถึงสติ คือ ความระลึกรู้ พิจารณาด้วยปัญญาให้เห็นในสัจธรรมความจริง ทั้งในสภาพสมถะคือมีการพิจารณาโดยใช้บัญญัติเป็นอารมณ์เพื่อความมีกุศลจิตโดยปัญญาตัวนี้จะเกิดขึ้นประกอบกับวิตกเจตสิกคือความนึกคิดเกิดเป็นสมมติบัญญัติเพื่อการพิจารณาในทางกุศลเป็นหลักนั่นเอง พร้อมกันนั้นให้พึงมีสติพิจารณาสภาพธรรมจริงๆเริ่มจากสภาพความรู้สึกของตนเองก่อน ให้ดูรู้ว่าตนเองนั้นมีสภาพความรู้สึกจริงๆเป็นไรอยู่ ขุ่นขัว อัดอั้น คับแค้น หรือ ปิติ สงบ อบอุ่น เบาบาง ไม่ติดข้องต้องใจใดๆอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2012, 12:51:49 PM โดย เกียรติคุณ » บันทึกการเข้า
man123
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 22


เพศ: ชาย
อายุ: 23
กระทู้: 35
สมาชิก ID: 1324


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 19, 2012, 08:31:46 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
แล้วที่บอกว่าปฏิบัติสมาธิจะเกิดความสงบ ปิติ อบอุ่น ตอนที่ผมเริ่มปฎิบัติใหม่ตอนที่ยังฟุ้งซ่านอยู่บ้าง พอออกจากสมาธิผมก็รู็สึกแบบนั้นนะครับ  แต่ตอนนี้ในสมาธิไม่ค่อยฟุ้งซ่านแล้วแต่พอออกจากสมาธิแล้วเจริญวิปัสสนาต่อก็รู้สึกเฉยๆอะครับไม่ค่อยรู้สึกสงบอย่างนั้นอะครับ  ที่ผมปฎิบัติรู้สึกแบบนี้มันถูกหรือปล่าวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2012, 08:33:17 PM โดย man123 » บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 39
กระทู้: 743
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 06:35:19 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
- การทำสมาธิช่วยให้ใจสงบขึ้นแล้ว เมื่อสงบขึ้นคุณดำเนินไปถึงวิปัสนา คือ การมีสติระลึกรู้สภาพจริงที่เกิดขึ้นกับตน สภาพนั้นคือมันเกิดขึ้นจริง แล้วสติระลึกรู้มันในสภาพที่เกิดนั้นๆ
- หากเรามานั่งตั้งจดจ่อสังเกตุความรู้สึกจริงๆของตนนั้น มันเป็นวิปัสนึกจดจ่อคิดเอาน่ะครับ ไม่ใช่สติระลึกรู้ความรู้สึกจริงๆในวิปัสนา อย่างนี้มันก้อจะรู้ได้แค่ความนึกคิดตน เมื่อจิตมันคอยจดจ่อระลึกคอยดูอยู่อย่างนั้น จิตที่มันพอใจยินดี(เรียกว่าตัณหา) ที่มันอยากจะเห็น อยากระลึกรู้สภาพจริงทั้งหลายนั้นได้ มันก่อเกิดสกิตเป็นความอยากทะยาน จนกลายเป็นความคิดปรุงแต่งไปน่ะครับ มันเลยดูขาดสมาธิครอบคลุมโดยมีความอยากนี้เข้ามาแทน หากสติเกิดขึ้นสมาธิที่เป็นกุศลจะเกิดตามเสมอ
- ดังนั้นเมื่อคุณทำสมาธิก็ทำไปเรื่อยๆ เมื่อจิตมีสติระลึกรู้ว่ากำลังคิดอยู่ก็ให้รู้ว่าขณะนี้จิตมันกำลังคิดปรุงแต่งสมติเรื่องราวต่างๆนั้นอยู่ เพราะสภาพจิตคิดมันมีจริงเกิดขึ้นจริง จิตคิดนี้คือมโนวิญญาณ เมื่อสติระลึกรู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่ก็ให้พิจารณาหาเหตุความพอใจยินดีที่ทำให้เกิดผลความคิดอันทำให้เราเสวยอารมณ์นั้น เมื่อสติคุณเกิดระลึกรู้ความรู้สึกสภาพจริงใดๆขึ้นในขณะนั้น เช่น  อึดอัดใจ หวิวใจ ความรู้สึกจิตเหมือนหลุดตกลง(ตกใจนั้นเองครับ) คับแค้นใจ กรีดหวิวใจ เฉยๆ ตื้นตัน ปิติ อบอุ่น อัดอัด กรีดปะทุ ก็ให้รู้ว่ามีความรู้สึกสภาพแบบนั้นๆเกิดขึ้น ธรรมดาของจิตเมื่อเกิดระลึกรู้สภาพจริงมันก็จะคิดว่า ความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นกับตน อารมณ์แบบใดเกิด แค่เพียงรู้ว่ามีสภาพจริงเกิดนั่นมันก็คิดแล้วว่าตนรู้ เพียงแต่มันเกิดขึ้นจริงๆต่างจากที่เราพยายามตั้งจดจ่อรอดูมันจะเกิดความคิดปรุงแต่งไปต่างๆนาๆ
พิจารณาไปเรื่อยๆจนรู้แน่นอนว่าสภาพความรู้สึกของจิตแต่ละแบบมันคือ รัก โลภ โกรธ หลง กระทำบ่อยๆเนื่องๆ ต่อมาสติมันจะระลึกรู้สภาพจริงของมันเองมากขึ้นๆเรื่อยๆ แล้วเราค่อยๆเปลี่ยนจากการรู้แล้วเกิดบัญญัติความคิดนั้นขึ้นเป็นการรู้ว่ามีความรู้สึกเกิดโดยไม่ต้องไปให้ชื่อเรียกมัน ไม่ต้องไประลึกมันว่าเป็นอารมณ์ใด แค่ระลึกรู้ว่าขณะนี้มีสภาพจริงของความรู้สึกเกิดขึ้นแค่นั้นพอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2012, 07:16:15 PM โดย เกียรติคุณ » บันทึกการเข้า
เจ้าหนูพลังปรมาณู
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 4


เพศ: ชาย
อายุ: 48
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 1478


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 11:00:18 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
คุณให้ความสำคัญกับสมาธิมากเกินไป คนเริ่มทำสมาธิแรกๆก็เป็นอย่างนี้ เหมือนข้าวใหม่ปลามันของคนหนุ่มสาว
ถ้าคุณต้องการเห็นความจริงของชีวิตเพื่อการคลายออกจางออกให้ลองทำเพิ่มขึ้นอีกส่วน
- ลองทำสมาธิเมื่อหายใจเข้าก็ให้ทำความรู้สึกถึงการรับรู้ของจิตที่มีต่อลมหายใจเข้า เมื่อหายใจออกก็เช่นเดียวกัน จิตเผลอไปคิดอย่างอื่นเมื่อเกิดสติรู้ตัวก็ให้รู้ว่าจิตได้เผลอไปคิดและก็กลับมาตามรู้ลมหายใจใหม่ การปฏิบัติไม่ต้องการให้จิตสงบนิ่งเอาแค่ไม่ฟุ้งซ่านมากไปก็พอที่สำคัญคือต้องพยายามให้มีสติและสัมปะชัญญะรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นไม่ต้องทำจนเครียส ทำแบบผ่อนคลายสบายๆ
- เมื่อชำนาญเข้าก็ให้เริ่มสังเกตลมหายใจว่ามันสั้นหรือมันยาวทั้งตอนหายใจเข้าและหายใจออก
- และเมื่อออกจากสมาธิแล้ว กลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันกับการทำงาน ก็ให้หัดสังเกตดูความรู้สึกนึกคิดของจิตใจเราที่มีต่อสิ่งที่เข้ามากระทบรอบข้าง ดูซิว่ามันทำให้จิตใจเรากระเพื่อมสั่นไหวเป็นสุข-ทุกข์มากน้อยขนาดไหน อาการอย่างนั้นมันจะเกิดตอนไหนและมีอายุอยู่ยาวนานเท่าไหร่ดับสลายไปตอนไหน

*** ทำแค่นี้ก็พอครับ ส่วนสมาธิแบบสงบลึก ถ้าต้องการก็ทำไป ทำตามที่ผมแนะนำทุกวัน 1 ปีก็จะเห็นผลแน่นอนครับการันตี ***
บันทึกการเข้า
จิตร์นิรันดร์
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: หญิง
อายุ: 33
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 1687


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2012, 10:40:35 AM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ลองไปดูวิธี  ของ การปฏิบัติโดย  ในกระทู้ วิปัสสนากรรมฐาน

 การฝึกสมาธิ  ว่าด้วยวิถ๊แห่งจิตล้วนๆๆ

บันทึกการเข้า
จิตร์นิรันดร์
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: หญิง
อายุ: 33
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 1687


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2012, 02:36:53 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ขอถามเพิ่มเติม 

    1.ก่อนนั่งสมาธิคุณได้อาราธนา คุณพระพุทธ พระธรรม คุณพระสงฆ์ เข้าสู่จิต หรือไม่ 
     
    2. ขณะออกจากสมาธิ คุณได้อาราธนา คุณพระพุทธ พระธรรม คุณพระสงฆ์ เข้าสู่จิต แล้วกำหนด ถอนสมาธิ หรือไม่
  จากข้อที่ 1+2  เป็นการแสดงความนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยจาก จิต และ กายหยาบ อย่างแท้จริง  ควรทำ (ถ้ายังไม่ได้เริ่ม)
 (หาฟังเพิ่มเติมได้จากเทศนา ของหลวงพ่อพุทธ  วัดป่าสาลววัน นครราชสีมา มีระบุ )

    3. ไม่ทราบว่าคุณภาวนาด้วย ด้วยคำบริกรรมบทใด  (ขอทราบเพิ่ม เนื่องจาก หัวกระทู้ ไม่ได้บอก  และไม่ได้กระทู้ที่ตอบของท่านอื่นๆ  ขออภัย)

      ***  จากอาการที่ท่านเป็นอยู่ คือ หลังออกจากสมาธิ ตกใจง่าย   (ไม่แน่ใจ ว่ามีอาการ แบบนี้ด้วยมั๊ย  เช่น  อยู่คนเดียว เวลามืด กลัว ผวา   หรือ เวลา ... จะเกิดอาการกลัว โดยไม่มีสาเหตุ เป็นต้น )
           ถ้ามีอาการเช่นนี้  ปรากฏจริง  ขอแจ้ง ว่า  ท่าน( ดวงจิตของท่าน เกิดอาการกลัว)  

วิธีแก้ไข   

       ก่อนนั่งสมาธิ   และ ก่อน ถอนจิตออกจากสมาธิ ให้ทำตาม ที่กล่าวข้อที่ 1+2
เวลาปกติที่ทำงาน หรือ ไม่ได้นั่งสมาธิ ให้ใช้คำบริกรรม ภาวนา ที่ท่าน ใช้ขณะนั่ง สมาธิ   ท่องในใจตลอดเวลาทุกอิริยาบท  อาการจะค่อยหายไป     หรือจะใช้ บทแผ่เมตตา ตาม กระทู้ วิปัสสนากรรมฐาน

 การฝึกสมาธิ  ว่าด้วยวิถีแห่งจิตล้วนๆๆ
ย่อมได้ผล

 


บันทึกการเข้า
ชิตษณุพงษ์
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 24
กระทู้: 1
สมาชิก ID: 1694


อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2012, 09:28:08 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ลองใช้การนั่งสมาธิและฝึกโดยการหายใจ และบริกรรมคำว่า พุทธ-โธ  แบบค่อยเป็นค่อยไปช้าๆๆครับ  ลังเล
บันทึกการเข้า
สันต์ ธรรมะ
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 44
กระทู้: 21
สมาชิก ID: 1794


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2012, 11:19:33 PM »

Permalink: ผมนั่งสมาธิได้ประมาณ1เดือนแล้วครับทำไมรู้สึกตกใจง่
ลองดูวิธีของพระพุทธเจ้าดูครับ
อย่าเพิ่งคิดว่าจะได้อะไร ลองทำตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ แล้วขั้นต่อไปจะตามมาเอง
http://www.dharma-of-buddha.blogspot.com/2012/06/blog-post_07.html
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ สิงหาคม 14, 2017, 04:46:48 AM