มีนาคม 27, 2017, 09:26:22 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิถีจิตบุญ-บาป ของวัยรุ่น  (อ่าน 2494 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 30, 2012, 08:40:44 AM »

Permalink: วิถีจิตบุญ-บาป ของวัยรุ่น
วิถีจิตบุญ-บาป ของวัยรุ่น

บางคนบอกว่า วัยรุ่นเป็นวัยวุ่น
เห็นจะเป็นจริงอย่างมาก
โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบัน
หากพิจารณาถึงสถิติการทำผิดของวัยรุ่นในสมัยนี้
ทั้งในสังคมตะวันตก และในเมืองไทย
ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าวิตก
บางคนถึงขนาดตั้งฉายาวัยนี้ว่า
วัยวิกฤติ วัยพายุบุแคม

คำว่า “วัยรุ่น” หมายถึง
เป็นวัยที่เจริญเติบโตไปสู่วัยผู้ใหญ่
เป็นวัยที่เชื่อมระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่
โดยอาศัยความเจริญด้านร่างกายเป็นเกณฑ์ตัดสิน

เนื่องจากมีการศึกษาและพบว่า
เด็กชายจะเจริญเติบโตเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
ช้ากว่าเด็กหญิงประมาณ 2 ปี
จึงมีการแบ่งวัยรุ่นออกเป็น 4 ระยะ

1. วัยเริ่มเข้าสู่วัย
ชายอายุระหว่าง 13 –15 ปี
หญิงอายุระหว่าง 11 – 13 ปี

2. วัยรุ่นตอนต้น
ชายอายุระหว่าง 15 – 17 ปี
หญิงอายุระหว่าง 13 –17 ปี

3. วัยรุ่นตอนกลาง
ชายอายุระหว่าง 17 – 18 ปี
หญิงอายุระหว่าง 17 - 19 ปี

4. วัยรุ่นตอนปลาย
ชายอายุระหว่าง 18 – 21 ปี
หญิงอายุระหว่าง 19 – 20 ปี

 วัยรุ่นนี้เป็นวัยคะนอง คะนองกาย คะนองวาจา
และคะนองใจ จึงมักทำอะไรด้วยมือไวใจเร็ว
ขาดประสบการณ์มักมองปัญหาไม่สุขุมรอบคอบ
มักหลงระเริงไปกับสภาพแวดล้อมภายนอก
สร้างความประมาทให้แก่ชีวิตได้ง่าย


อย่างไรก็ตาม
ยังมีวัยรุ่นที่มีบุญบารมีสั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน
ย่อมมีความรู้สึกนึกคิดที่มีความรับผิดชอบ
รู้จักแยกบาป บุญ คุณ โทษ วัยรุ่นประเภทนี้
แม้ร่างกายยังไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่จิตใจเป็นผู้ใหญ่
พร้อมบริบูรณ์ วัยรุ่นจำพวกนี้ ย่อมเกิดวิถีจิตบุญมาก

บางคนเกิดวิถีจิตบุญยิ่งกว่าบุญ คือรู้จักเสียสละ
ช่วยเหลือสังคม ทำประโยชน์ให้ส่วนรวม
และชักจูงผู้อื่นมาทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ

 ขณะเดียวกัน ก็ยังมีวัยรุ่นอีกจำพวกหนึ่ง

ที่ถูกอำนาจฝ่ายต่ำ คือบาปจากชาติก่อน ๆ
มาครอบงำ
ความรู้สึกนึกคิด แม้ว่าบิดามารดา ครูบาอาจารย์
จะสั่งสอนอบรมอย่างดีเลิศสักปานใดก็ตาม
แม้จะมีสภาพแวดล้อมที่คอยชักจูงให้เป็นคนดี
มากแค่ไหนก็ตาม วัยรุ่นพวกนี้ยังติด
นิสัยสันดานชั่ว
จากชาติก่อนนั่นเอง วัยรุ่นประเภทนี้
ย่อมเกิดวิถีจิตบาปมาก และมักเป็นบาปทุจริต
เบียดเบียนตนเองและสังคม

ยังมีวัยรุ่นอีกประเภทหนึ่ง
เป็นวัยรุ่นที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อม
ชักจูงจิตใจหากสภาพแวดล้อมทราม
พลอยกระตุ้นให้จิตใจของวัยรุ่นเหล่านี้
เสื่อมทรามไปด้วย หากสภาพแวดล้อมดีก็ทำให้ภาวะจิตใจ

ของวัยรุ่นดีงามไปด้วย วัยรุ่น
ประเภทนี้จึง อยู่ระหว่าง
หัวเลี้ยวหัวต่อขอทางชีวิตที่ดีหรือเลว
ที่ไปสู่ทางพัฒนา
หรือที่ไปสู่ทางด้วยพัฒนาของชีวิต

 สภาพสังคมไทยปัจจุบัน
ความเจริญทางวัตถุ

เป็นไปอย่างรวดเร็ว จน
ถึงขนาดไม่เพียงแต่แซงหน้า
ความเจริญด้านจิตใจ
ยังพาฝุ่นตลบกลบจิตใจ
ให้แปดเปื้อนเลอะเทอะไป
หมายความว่าเมื่อวัตถุ
ที่นำความสะดวกสบายให้แก่ร่างกายและจิตใจ
แบบชั่วแล่นเพิ่มพูนมั่งคั่งขึ้น คนก็ไปหลงใหล
เห่อเหิมทะยานอยาก จนเกิดค่านิยมที่อันตราย
เพราะไปทำลายความก้าวหน้าของจิตใจ
เช่นค่านิยมที่ยึดถือ เงินคือพระเจ้าของชีวิต
ใครทำงานแล้วได้เงินมามาก ๆ
โลกสังคมกลับไปยกย่อง ใครที่มีอุดมการณ์ทำงาน
เพื่อสังคมสังคมปัจจุบันกลับไม่เหลียวแล
บางทีกลับดูแคลนหาว่าโง่กินอุดมการณ์
จะอิ่มเมื่อไร ค่านิยมมหาภัยนี้แหละ
ย่อมก่อพฤติกรรมต่ำทราม เช่นในวงราชากร
เกิดโรคคอรัปชั่นระบาดอย่างเรื้อรัง
ผู้ปกครองประเทศกลับถูกพ่อค้
า นักธุรกิจนำเงินทองเข้าไปหลอกล่อ
จนผู้ปกครองประเทศย่อมตาม
เพราะอยากได้เงินตัวเดียว

ผลก็คือการปกครองประเทศมิใช่เพื่อสังคม
มิใช่เพื่อประชาชนชาวไทยที่แท้จริง
แต่เมื่อจะได้มีโอกาสกอบโกยทรัพย์
เงินทองเข้ากระเป๋า
ของตนนี่แหละเป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่ก่อ
ให้สภาพแวดล้อม ของสังคมไทย
คือเสื่อมทรามลงไป
เพราะเมื่อผู้ปกครองประเทศ
ไม่ได้ต้องการสร้างคุณภาพของสังคม
ที่แท้จริง

ระบบการศึกษายังไม่ได้มุ่ง
เพื่อพัฒนาคุณภาพของชีวิต
ของตน ครูที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคม
ถูกทอดทิ้ง ครูที่ช่างประจบ มัวเมาด้านวัตถุ
ก็จะเข้ามาครองอำนาจ
และทอดทิ้งค่านิยมดีงามเก่า ๆ
ของคนไทย กลับไปรับค่านิยมบูชาวัตถุของทางตะวันตกมาแทนที่
จนทอดทิ้งตำแหน่งอันทรงเกียรติ
ของความเป็นครู

และกลับไปสวมตำแหน่งนักโฆษณา
ให้คนไทยเห่อเมืองฝรั่งมังค่าอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือ ทอดแบบการศึกษา
ของฝรั่งเข้ามา
ยัดเยียดอยู่ในหลักสูตรไทยอย่างไม่เหมาะสม
ทอดทิ้งวิชาการที่ดีงามที่บรรพบุรุษได้เก็บไว้
เพื่ออนุชนรุ่นหลัง
เช่นวิชาการพุทธวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ
อันมีพุทธเศรษฐศาสตร์ พุทธจิตวิทยา พุทธรัฐศาสตร์
พุทธจิตเวช พุทธตรรกวิทยา เป็นต้นค่ะ..ขอเชิญติดตามนะค่ะ

อ.บุษกร เมธางกูร.




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ มีนาคม 18, 2017, 08:27:18 AM