กุมภาพันธ์ 22, 2017, 08:15:24 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย  (อ่าน 3242 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 09:39:12 AM »

Permalink: ฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย
ฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย

--------------------------------------------------------------------------------

คุณธรรมทั้ง 4 ประการ
อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
มีความสำคัญ

จึงน่าจะศึกษาให้เกิดความเข้าใจในโครงสร้างหลักของธรรมทั้ง 4 ประการนี้

พร้อมทั้งลักษณะอาการ ผลที่ปรากฏภายในจิต แรงกระตุ้นให้เกิดธรรมแต่ละข้อที่ท่านแสดงไว้ในวิสุทธิมรรคด้วย

เพื่อให้สามารถมองเห็นธรรมเป็นกระบวนการได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

เมตตา คือ คุณธรรมที่มีอยู่ในคนที่เป็นมิตรกันนั้น

มีความเป็นไปโดยอาการคิดเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เป็นลักษณะ

มีการนำประโยชน์อันมีลักษณะเกื้อกูลเข้าไปให้ เป็นสิ่งสัมผัสได้

มีการนำความอาฆาตออกไปจากจิต เป็นผลปรากฏแก่จิต

มีการมองคนอื่น สัตว์อื่น ในแง่ดี เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้น

ใจที่สามารถระงับความพยาบาทออกไปจากใจได้จึงเป็นเมตตาที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกัน หากใจยังมีความเสน่หา ความรักที่เกี่ยวกับตัณหาอยู่ ความเมตตาจะเกิดขึ้นหาได้ไม่

กรุณา คือ คุณธรรมที่เมื่อเห็นความทุกข์เกิดขึ้นแก่คนอื่นแล้วทำความหวั่นใจ ต้องการจะช่วยเหลือให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์

มีความคิดที่จะปลดเปลื้องคน สัตว์ ที่ประสบความทุกข์ ให้พ้นจากความทุกข์ เป็นลักษณะ

มีความทนไม่ได้ต่อความทุกข์ของผู้อื่น เป็นรส คือ สิ่งที่ตนสัมผัสได้

มีการมองเห็นคน สัตว์ ผู้ที่กำลังถูกความทุกข์ครอบงำอยู่ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิด

การที่สามารถขจัดความเบียดเบียนออกไป เป็นความสมบูรณ์ของกรุณา และถ้าใจยังมีความโศกอยู่ ความกรุณาจะปรากฏไม่ได้

มุทิตา คือ คุณธรรมที่เป็นเหตุบันเทิงแห่งสาธุชน มีความบันเทิงใจในความสมบูรณ์ของผู้อื่น เป็นลักษณะ

มีความไม่หึงหวง เป็นรส คือสิ่งที่จิตสัมผัสได้

มีความสามารถขจัดเสียซึ่งความริษยาในความสุขสมบูรณ์ของคนอื่น เป็นเครื่องปรากฏ

มีการมองเห็นความสุขสมบูรณ์ของคนอื่น เป็นแรงผลักดันให้เกิดขึ้น

ดังนั้น จิตที่มีมุทิตาจริง ตนจะต้องเห็นความบันเทิงใจ เมื่อเห็นความสุขสมบัติของคนอื่นปรากฏภายในจิตของตน และในขณะนั้น ความไม่ยินดี ความริษยา จะต้องไม่มีอยู่ด้วย

อุเบกขา คือ คุณธรรมที่เป็นเหตุให้หยุดความขวนขวาย คือ การทำใจเป็นกลางๆ

มีใจรู้สึกเป็นกลางๆ ต่อคน ต่อสัตว์ทั้งหลาย เป็นลักษณะ

มีการมองเห็นความเสมอกันของสัตว์ทั้งหลาย เป็นรส คือจิตสัมผัสได้ ใจในขณะนั้นสามารถสงบความยินดียินร้ายลงไปได้ เป็นเครื่องปรากฏ

มีความเห็นชอบในกฎแห่งกรรม ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของ ตนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น ในขณะที่ใจรู้สึกเป็นกลางๆ ต่อสัตว์ที่เป็นไปตามกรรมอยู่ในขณะนั้นจะต้องไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายอยู่ด้วย และต้องไม่เป็นความวางเฉยโดยไม่รู้อะไร ทั้งใจก็ไม่เกาะอิงกามคุณด้วย การเจริญอุเบกขาจึงทำได้ยากมาก เพราะใจคนสะสมความยินดียินร้ายในแต่ละวันมากเหลือเกิน

คุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้เป็นฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย

 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 18, 2017, 10:07:43 AM