เมษายน 25, 2017, 04:08:07 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์  (อ่าน 4627 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: มีนาคม 08, 2012, 10:49:27 AM »

Permalink: แสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์
แสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์

--------------------------------------------------------------------------------

นับเป็นเวลาสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้วที่พระพุทธศาสนา
ได้ก่อกำเนิดขึ้น บนดินแดนที่เรียกว่า ชมพูทวีป หรืออินเดีย

ในปัจจุบัน โดย..พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือเป็นที่รู้กันในดินแดน
ภารตะ สมัยนั้นว่า..เคาตมะ พุทธะ หรือสิทธารถ
นโยบายหรือหลักการเดิมของพระพุทธองค์ที่ทรงวางไว้
ก่อนที่พระองค์จะดำเนินตามก็คือ..

แสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์..ซึ่งก็เป็นนโยบายคล้าย
กับศาสดาในศาสนาอื่นๆทั้งหลายทั้งในอดีตทั้งร่วมสมัยและหลังจากนั้น..พระพุทธองค์มีพระ ปณิธานที่แน่วแน่ และเด็ดเดี่ยว...ที่ทรงตัด
สินพระทัยสละเพศฆราวาสและปราสาทราชวังออกมา สัมผัสกับความทุกข์อย่างแท้จริงอย่างที่ชาวโลกทั่วไปกำลังเผชิญอยู่..และพระองค์ทรงปฏิบัติตัว

พระองค์เองเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติและสังคมมนุษย์ทรงถือนโยบายเพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี อยู่ดี ทำดี และไปดี พระองค์พยายามพัฒนา ตนเองจนถึงที่สุดแล้ว จึงทรงอุทิศตนเข้ามา ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่พอจะช่วยเหลือได้..และทรงสอนให้ทุกๆคนจงตั้งใจจริงรีบเร่งทำหน้าที่ ของผู้ประสงค์จะหลุดพ้นให้สำเร็จด้วยความรอบคอบมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์และทรงสอนให้ เรียนรู้เหตุแห่งทุกข์ หลบหลีกกองทุกข์ และเลิกละการสร้างเหตุแห่งทุกข์

โดยไม่ต้องพะวงถืออดีตอนาคต...แต่ทรงสอนให้ทำปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุด

เพราะอดีตและอนาคต ก็คือผลและเหตุที่ทำขึ้นในปัจจุบันทั้งสิ้น ซึ่งแสดงว่าพระองค์ทรงมองโลกทั้งในแง่ความจริง ตามธรรมชาติ และในแง่ความจริงของสภาวการณ์ซึ่งโดยทั่วไปแล้วชาวบ้าน
จะมองโลกแค่สองแง่คือ
 

** คนที่ตกอยู่ในข้างฝ่ายสุขสบายก็จะมองในแง่ดี
และข้างฝ่ายทุกข์ยากลำบากก็มองในแง่ร้าย **
แต่สำหรับพระองค์แล้วทรงมองโลก เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและสถานการณ์ที่เป็นจริง ดีพระองค์ก็ตรัสว่าดีไม่ดีพระองค์ก็ตรัสว่าไม่ดี.. และพระองค์ทรงสอนให้ปล่อยวางจากสิ่งหลายนั้นเสีย ...แล้วจะพบกับความสุขที่เป็นสุดยอดของความปรารถนาอย่างแท้จริง....

..ในขณะที่คนทั่วไปกำลังพะวง กับสถานการณ์ของโลกหลังปี 2000 อยู่ ทางพระพุทธศาสนาสอนให้ใส่ใจในปัจจุบันให้ทำปัจจุบันให้ดีเป็นพอแล้ว..

อนาคตจะเป็นอย่างไร..ก็เกิดจากน้ำมือของคนในปัจจุบันนี่เอง.....

คนขาดศีลธรรม จริยธรรมมากขึ้นเพียงใด กระแสวัตถุนิยมเพิ่ม ขึ้นเท่าไร ความห่างไกลจากความสงบสุขก็เพิ่มขึ้นเพียงนั้น ฉะนั้นยัง


ไม่สายเกินไปที่เราท่านทั้งหลาย...จะรีบแก้ไขปรับปรุงตังเอง ..ทั้งกาย วาจา และใจ ให้ดีขึ้นตามอุดมการณ์หรือปณิธานที่ ตั้งไว้อย่างพระทธองค์...คือ..หาทางหลุดพ้นจากความทุกข์

ทั้งในแง่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและสภาวการณ์ที่เป็นจริง

ด้วยกำลังสติปัญญาของตนเองเสียเถิด..

 
ด้วยความปรารถนาดีครับ
 เทพธรรม

 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ เมษายน 18, 2017, 06:16:04 AM