สิงหาคม 23, 2017, 03:10:01 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมทำให้งาม  (อ่าน 1331 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 14, 2010, 11:53:07 PM »

Permalink: ธรรมทำให้งาม
ธรรมทำให้งาม 
 
 
ความงามเป็นสมบัติที่มนุษย์ต้องการ คนเราจึงมีเครื่องแต่งตัวประดับประดาด้วยเครื่องอลังการต่าง ๆ เครื่องประดับทำให้งามภายนอก ส่วนศิลปวิทยาและความประพฤติคือเครื่องประดับภายใน ผู้ซึ่งแต่งตัวด้วยเครื่องประดับภายนอกแต่ไม่มีศิลปวิทยา ก็จะงามชั่วคราวไม่ยั่งยืน ถ้ามีวิชาความรู้ดูสง่า แต่ความประพฤตินั้นเสียไม่อาจรักษาความสง่านั้นไว้ได้

ความประพฤติจะเป็นไปถูกทางได้ ต้องอาศัยธรรมคือ ขันติ ความอดทน โสรัจจะ ความเสงี่ยม เป็นหลัก



ขันติแปลว่าความอดทน มี ๓ ประการคือ ทนตรากตรำ ทนลำบาก ทนเจ็บใจ



ความอดทนต่อหนาวร้อนลมแดดสัมผัส เหลือบยุงและสัตว์เลื้อยคลาน หากมุ่งประกอบการงานเป็นใหญ่ ไม่พรั่นพรึงต่อหนาวร้อน ได้ชื่อว่าทนตรากตรำ คนผู้มีรูปร่างล่ำสัน มีข้อลำแข็งแรงมีกำลังมาก ย่อมเป็นที่ชอบใจของตัวเองและผู้อื่น ตรงที่สามารถจะ

ทนตรากตรำ เดินทางได้ไกล และแบกลากภาระอันหนักได้ ไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็นผลไม่ควรปรารถนา แม่ผู้ที่ไม่ต้องประกอบการงานหน้าก็ยังต้องการ



กำลังกายซึ่งเป็นดุจพาหนะอันแข็งแรงที่ใจจะขับให้ดำเนินไปในทางดีหรือชั่ว ใจดีย่อมขับกายให้ประกอบการหาเลี้ยงชีพโดยชอบ ใจชั่วย่อมขับกายให้ประกอบการนั้นโดยมิชอบอย่างไรก็ดีกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีไว้ จึงต้องมีวิธีฝึกหัดร่างกาย เพื่อจะบำรุงกำลังให้ทนทานตรากตรำทำกิจให้สำเร็จตามหน้าที่ของตนได้ ถ้ามีแต่กำลังกาย แต่ใจย่อท้อ ท้อแท้ต่อหนาวร้อน ก็ไม่อาจทำกิจกรรมให้สำเร็จตามหน้าที่ คนเช่นนั้นนับว่าไม่อดทน เป็นคนเกียจคร้านต้องตามลักษณะที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ในสิงคาโลวาทสูตรมีใจความว่า



"คนเกียจคร้านมักอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เวลาเย็นแล้ว ยังเช้าอยู่ หิวนัก กระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน"

คนที่มีลักษณะเช่นนี้ มักทำอะไรไม่สำเร็จลาภยศที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้น ที่มีอยู่แล้วก็เสื่อมทรามไป แต่ถ้ามีขันติก็กำกับอยู่ก็จะข่มใจขับไล่ความเกียจคร้านนั้นเสีย ทนตรากตรำ ทำกิจการให้สำเร็จ ไม่ยอมย่อท้อต่อความยากลำบาก อาจตั้งต้นได้ในลาภยศชื่อเสียงสุขกายสุขใจ ถึงจะเหน็ดเหนื่อยในเวลาทำงาน ภายหลังย่อมได้ผลแห่งความเหน็ดเหนื่อย กล่าวคือการงานที่ประกอบนั้นสำเร็จด้วยดี ทำให้เกิดปิติโสมนัสความชื่นบาน เพราะนึกถึงกิจการที่ทำมานั้น พระบรมศาสดาของเราทั้งหลาย จึงได้ตรัสผลของบุคคลที่อดทนโดยนิพนธ์พุทธสุภาษิตว่า

"เมื่อผู้ใดทำกิจของบุรุษ ไม่สำคัญว่าหนาวและร้อนยิ่งกว่าหญ้า ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อมจากสุข ขันติมีลักษณะดังกล่าวมานี้ได้ชื่อว่าทนตรากตรำ"

 
 
ขอบคุณบทความจาก ลานธรรมจักร

 
 
 
 

 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤษภาคม 26, 2017, 11:26:42 PM