สิงหาคม 21, 2017, 05:21:29 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความ  (อ่าน 4000 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ประวิต
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 19


อายุ: 46
กระทู้: 264
สมาชิก ID: 1634


อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 17, 2013, 08:33:33 PM »

Permalink: บทความ
(ทุกท่านต้องระวังเมื่อเปิดอ่าน และแปลในความหมาย)...ว่าด้วยความไม่มีอะไร...คนที่มีในความหวังทั้งหลายไม่ควรอ่าน และไม่ควรแปลความหมาย...ของคำๆว่าความไ่ม่มีอะไร  ด้วยเหตุแห่งมุมมองของตนเอง  ถ้าจะแปลก็ขอให้คิดมากๆ  และวางใจให้เป็นกลางๆซะก่อน (แล้วจะหาว่าไม่เตือน) ...........ในความหมายของคำไม่มีอะไรทั้งหลาย  สิ่งที่หน้าเศร้าที่สุดก็คือความไ่ม่มีนี้แหละ  ในเมื่อมันไม่มีแล้วเราจะทำให้มันมีได้อย่างไร  มันจึงเป็นความหวังและความใฝ่ฝันของมนุษย์ทุกตน  ในขณะที่มันไม่มีก็พยายามอธิบายความมีต่างๆเพื่อให้มันมีให้จงได้  ด้วยมุมมองของเราต่างๆนา  ด้วยการพยายามสร้างแนวความฝันและจินตนาการ  เพื่อปลอบใจตนเองบ้าง และให้กำลังใจผู้อื่นบ้าง  ข้อหลังนี้ไม่ผิดสำหรับมนุษย์ที่ดำรงค์ชีวิตอย่างมนุษย์โลกทั่วไป  เราต้องมีความหวังพร้อมเดินไปกับจินตนาการ  ไม่อย่างงั้น  เราก็เหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำ  จะค่อยๆเหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด  แต่ความมไ่มีอะไรเลยซักอย่างเดียว  แม้แต่จะกล่าวถึงยังไม่มี...มันไม่อาจที่ละเว้นใครๆเลยในโลกนี้และโลกไหนๆ   แม้แต่พระพุทธเจ้าทั้งปวง  และสัตว์โลกทั้งสิ้นก็ไม่ละเว้น  จะกล่าวไปใยเล่าในความหวังทั้งหลาย   สิ่งที่เห็นอยู่ตำตากลับเพิกเฉยและดูถูกประณาม  สิ่งที่เป็นจินตนาการในมโนนึกบวกการกระทำ  กลับสรรญเสริญเยินยอด้วยความกระหยิ่มใจ  ดู ดู๊ ดู ดูเธอทำ   จงคิดดูเถิดมนุย์ทั้งหลาย  ถ้าเรารู้ว่าข้างหน้าเรานั้นที่เต็มไปด้วยความหวังทั้งหลายมันไม่มีอะไร  ในสิ่งที่เราหวังเลย  แม้แต่การดับทุกข์  ท่านจะกล้าคิดเพื่อหวังอยู่หรือเปล่า  หากทำใจยอมรับมันไม่ได้โลกนี้คงโกลาหลแน่นอนเพราะความหมายของคำว่าไม่มีอะไร  จะใคร่ครวญด้วยวิธีไหนก็เชิญเถิดพ่อคุณเอ๋ย  สิ่งที่จะได้นั้นคือ ก็สักแต่ว่า  สิ่งที่ได้แน่นอนคือความเฉยเมยหรือเย็นชา  มีสติก็เพื่อรู้  รู้ก็เพื่อจักประคอง  ประคองเพื่อให้เกิดเป็นความเคยชิน  เคยชินในสิ่งที่รู้  รู้อย่างมีสติก็เท่านั้น  แล้วท่านจะหวังอะไรในปลายทาง  ในเมื่อรู้  ก็แค่รู้ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ.........  สิ่งทีมีรสขม  ย่อมถูกใช้เป็นยาดี
สิ่งที่ฟังแล้วไม่ไพเราะหู นั้นคือคำตักเตือนอันจริงใจของผู้เตือนที่แท้จริง
จากการแก้ไขความผิดให้กลับเป็นถูก  เราย่อมได้รับสติปัญญา
โดยการต่อสู้เพื่อรักษาความผิดของตัวเองเอาไว้  เราย่อมแสดงนิมิตหมายแห่งความมีจิตผิดปรกติออกมา
ผู้ปฎิบัติเพื่อกุศลอันสูงสุด  จะไม่หมิ่นผู้อื่น  ในทุกๆโอกาศที่เขาปฎิบัติอยู่   ไม่ทำลายทางแห่งตนที่กำลังเดินอยู่ ....
 เหมือนสวมใส่รองเท้าฟาง
 แล้วแสวงหาเขากระต่าย  .....สัมามทิฎฐิ.....




บันทึกการเข้า
ประวิต
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 19


อายุ: 46
กระทู้: 264
สมาชิก ID: 1634


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 08:05:41 PM »

Permalink: บทความ
สูงสุดคืนสู่สามัญ   เป็นบทความที่เป็นสัจจะหนึ่งโดยความรู้จริงที่เกิดจากการใคร่ครวญ   เป็นอารมณ์หนึ่งเช่นเดียวกัน  อารมณ์ที่เป็นอารมณ์  ที่คนยังไม่ถึงของความแยบคายพอในการพิจารณา ( ไม่ซึ่งจนน้ำตาไหล ) พอที่จะเรียกเป็นอารมณ์ได้  เพราะสิ่งนั้นเรายังเรียกว่า ( วิตก  วิจารณ์อยู่ ) มันเป็นอารมณ์หยาบอยู่  นะครับท่าน...........สัมมาทิฎฐิ.....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ สิงหาคม 06, 2017, 01:59:57 PM