มิถุนายน 25, 2017, 10:27:08 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กลอนธรรมะอ่านเพลิน ตอน นางวิสาขา ภาค 2  (อ่าน 4238 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พระดิน สมาหิโต
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 43
กระทู้: 4
สมาชิก ID: 2536


อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 15, 2013, 08:35:43 AM »

Permalink: กลอนธรรมะอ่านเพลิน ตอน นางวิสาขา ภาค 2
นางวิสาขา มหาอุบาสิกา ตอนที่ 2
ความเดิมตอนที่แล้ว นางวิสาขา ได้ถอดชุด มหาลดาปราสาธน์ แล้วฝากนางทาสีที่ไว้ใจแล้วเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์ พอตอนกลับออกมา คนรับใช้คนสนิทลืมชุดไว้ในวัด จึงรีบเข้าไปหาแล้วได้คืน แต่.......... (นี่คือความกรุณาในการปกครองบริวาร)
•   คนรับใช้    ลืมไว้    ข้างในวัด
ลืมสมบัติ    ของนายตัว    มัวแต่หลง
นางวิสาขา    รู้เรื่อง    เคืองไม่ลง
ตั้งจิตปลง    สละของ    ไม่ต้องการ
•   นางทาสี    ที่ต้นเรื่อง    ให้เปลืองทรัพย์
ก็ยอมรับ    ความผิด    คิดไถ่ถอน
แสนเสียใจ    ร้องไห้    ล้มตัวนอน
ทั้งสองกร    เกาะเท้านาย    ฟูมฟายพลัน
•   อยู่กับนาย    มาก็นาน    ไม่บกพร่อง
วันนี้ต้อง    ทำให้นาย    ได้ผิดหวัง
เกิดสะเพร่า    หละหลวม    ไม่ระวัง
งานจึงพัง    เพราะประมาท    ขาดวินัย
•   ความผิดนี้    ขอชดใช้    ด้วยชีวิต
หากนายคิด    จะลงโทษ    โปรดบอกฉัน
เกิดสิบชาติ    ชดใช้ได้    ไม่หายกัน
โปรดลงทัณฑ์    ให้นายแม่    ลงแส้ตน


•   นางวิสาขา    เวทนา    นางทาสี
ยกชีวี    ให้เรา    เอาลงหวาย
ยอมชดใช้    ความผิด    ด้วยความตาย
ทำของหาย    ไม่หนีหน้า    กล้ารับกรรม
•   จึงประคอง    กอดนาง    อย่างมุ่งมั่น
ปลอบโยนกัน    ฉันยกโทษ    ไม่โกรธข้อง
ทรัพย์สินใด    ไม่อยู่ใน    สายตามอง
ชีวิตของ    เธอมีค่า    หาใดเทียม
•   เธอก็คน    ฉันก็คน    ไม่แตกต่าง
เธอเคียงข้าง    รับใช้    ไม่หนีหาย
ของมันพัง    สลายไป    ไม่เสียดาย
หากเธอตาย    ฉันจะทุกข์    ไม่สุขใจ
•   ความผิดพลาด    เป็นบทเรียน    อันมีค่า
ให้รู้ว่า    ธรรมดา    ธรรมชาติ
ความหลงลืม    ผิดพลาด    ไม่ประหลาด
ฉันก็พลาด    เหมือนเธอ    ได้เหมือนกัน
•   ในการนี้    เหล่าฝูงชน    คนยกย่อง
ประกาศก้อง    สดุดี    วิสาขา
เป็นเจ้านาย    สุดประเสริฐ    ในพารา
พวกบ่าวข้า    ยอมรับใช้    ยอมตายแทน


•   สั่งเอาไว้    หากเข้าไป    ข้างในวัด
เจอสมบัติ    แต่ว่าพระ    ได้จับต้อง
ไม่รับคืน    ไม่เสียดาย    ในเงินทอง
เอาไปกอง    ถวายวัด    ให้จัดการ
•   ในคราวนั้น    พระอานนท์    ท่านเก็บได้
คนรับใช้    รีบกลับไป    บอกแม่จ้าว
นางวิสาขา    ทราบแล้ว    ทุกเรื่องราว
นางจึงกล่าว    ถวายชุด    สุดแสนแพง
•   พระอานนท์    ก็ไม่รับ    กลับคืนให้
นางจึงไป    บอกขาย    อยู่หลายที่
ชุดมันแพง    คนจะซื้อ    จึงไม่มี
ชุดมันดี    เกินกว่าใคร    เอาไปครอง
•   เมื่อขายใคร    ไม่ได้    ดั่งใจคิด
นางพินิจ    ดูแล้ว    ก็คิดว่า
เห็นทีเรา    ออกเงินซื้อ    ของตัวมา
เป็นอันว่า    อัฐยาย    ซื้อขนมยาย
•   แล้วนำเงิน    ไปก่อร่าง    สร้างเป็นวัด
มีทางลัด    ตรงสู่    สาวัตถี
ตั้งอยู่ทาง    ตะวันออก    ของธานี
ตั้งชื่อดี    บุพพาราม    งามเหลือเกิน



•   ยี่สิบเจ็ดโกฏิ    คือเงินใช้    ไปสร้างวัด
เทียบให้ชัด    โกฏิหนึ่ง    ก็สิบล้าน
นิมนต์พระ    โมคคัลลานะ    ช่วยจัดการ
ประสานงาน    จนลุล่วง    หมดห่วงไป
•   ในคราวหนึ่ง    นางวิสาขา    แสนโศกเศร้า
เพราะหลานสาว    ตายไป    แต่วัยอ่อน
กินไม่ได้    คิดถึงหลาน    แม้ยามนอน
ใจมันอ่อน    รักหลานสาว    สุดหัวใจ
•   ตรงไปเฝ้า    พระพุทธองค์    ทรงโปรดช่วย
หลานสาวม้วย    มรณา    น่าสงสาร
พระองค์ทรง    โปรดด้วย    ช่วยพยาบาล
แก้อาการ    เศร้าหมอง    นองน้ำตา
•   พระองค์ทรง    ตรัสตอบ    โดยชอบแล้ว
คนไม่แคล้ว    ต้องพบ    จุดจบแน่
มรณะ    มีทุกผู้    อย่างอแง
ความเที่ยงแท้    คือความตาย    ทุกรายไป
•   ทรงถามนาง    ว่าในเมือง    สาวัตถี
ประชาชี    มีเท่าใด    ในเมืองหนอ
นางวิสาขา    ตอบไป    ไม่รีรอ
คร่าวคร่าวก็    ประมาณ    สิบล้านคน


•   พระพุทธองค์    ก็ทรง    ตรัสถามต่อ
ตอบมาหนอ    ถ้าพวกนั้น    ดีเหลือหลาย
ดีเหมือนกับ    หลานสาว    ที่เพิ่งตาย
เธอจะหมาย    รักเขาไหม    ตอบมาที
•   หม่อมฉันก็    คงจะรัก    พระจ้าข้า
ถึงแม้ว่า    ไม่ใช่ลูก    ไม่ใช่หลาน
ขอให้เป็น    คนดี    ไม่ใช่พาล
รักเหมือนหลาน    หม่อมฉัน    อย่างนั้นเลย
•   พระพุทธองค์    ก็ทรง    ตรัสถามต่อ
ตอบมาหนอ    มีคนตาย    ในเมืองไหม
ถ้านับแล้ว    วันหนึ่ง    ตายเท่าใด
นางตอบไป    ตายวันหนึ่ง    ก็หลายคน
•   ถ้าอย่างนั้น    เธอก็ต้อง    ร้องโศกเศร้า
วันหนึ่งเศร้า    หลายหลายรอบ    จะชอบไหม
คนอื่นตาย    เราไม่รู้    เพราะอยู่ไกล
พอคนใกล้    ตายก็โศก    โชกน้ำตา
•   คนทั้งโลก    ตายกันไป    ก็ไม่น้อย
บางที่ร้อย    บางที่พัน    มันแปลกไหม
ไม่ใช่มี    แต่เธอ    ที่ญาติตาย
คนมากมาย    เคยสูญเสีย    คนใกล้ตัว


•   ความรักเป็น    สาเหตุ    แห่งความทุกข์
ความมีสุข    ในครัวเรือน    เหมือนขนมหวาน
ติดรสชาติ    เหลือเกิน    เพลินอยู่นาน
พอมันผลาญ    แหลกลาญไป    ใจระกำ
•   มีรักร้อย    ก็ทุกข์ร้อย    น้อยอยู่หรือ
เขาร่ำลือ    หรือในเพลง    เปล่งขับขาน
ยามแรกรัก    น้ำต้มผัก    มักสำราญ
พอนานนาน    น้ำตาลขม    จ่มกันไป
•   ความพลัดพราก    เป็นทุกข์    อย่างที่สุด
ยากจะหลุด    พ้นความเศร้า    เข้าใจไหม
มีหลายคน    พอพลัดพราก    ก็อยากตาย
ทั้งนิยาย    ทั้งเรื่องจริง    สิ่งแน่นอน
•   ถึงแม้เป็น    โสดาบัน    นั้นยังพลาด
เพราะอำนาจ    รักและหลง    ปลงไม่ได้
ญาติพี่น้อง    บาดเจ็บ    และล้มตาย
มันไม่ง่าย    จะทำใจ    ไม่โศกา
•   เปรียบดั่งจิต    นั้นราบเรียบ    ดั่งแผ่นน้ำ
อันงดงาม    ไร้เกลียวคลื่น    กลืนทับถม
มีพายุ    คืออารมณ์    พัดระดม
เป็นเกลียวกลม    กระแทกแหลก    แตกเป็นฟอง


•   อารมณ์โลภ    อารมณ์โกรธ    อารมณ์รัก
พายุหนัก    พัดให้จิต    นั้นผิดหวัง
ตั้งสติ    พิจารณา    อย่างระวัง
ไม่พลาดพลั้ง    กระเพื่อมไป    ตามอารมณ์
•   ย้อนมากล่าว    เล่าถึง    เรื่องงานวัด
ที่เตรียมจัด    ไว้ดี    มีเหมาะสม
เป็นอาราม    งามร่มรื่น    ชื่นน่าชม
คนนิยม    มาเข้าวัด    ปฏิบัติธรรม
•   นางวิสาขา    มีเพื่อนสาว    อยู่คนหนึ่ง
ควรกล่าวถึง    เพราะสำคัญ    อยู่มากโข
เป็นต้นเหตุ    ของอาบัติ    อันใหญ่โต
ใช่คุยโว    นางนั้นชื่อ    สุปปิยา
•   ทุกทุกวัน    คอยไต่ถาม    ความต้องการ
คอยพยาบาล    ภิกษุ    ผู้อาพาธ
คอยจัดหา    หยูกยา    ไม่ให้ขาด
เหตุประหลาด    ก็เริ่มต้น    จนใหญ่โต
•   พระอาพาธ    รูปหนึ่ง    ฉันยาถ่าย
ไม่สบาย    ไม่มีแรง    ยืดแข้งขา
กระซิบบอก    แก่นาง    สุปปิยา
อยากได้มา    น้ำต้มเนื้อ    เพื่อประทัง


•   นางจึงให้    สาวใช้    ไปซื้อเนื้อ
นำมาเพื่อ    ต้มน้ำ    ให้พระฉัน
แต่วันนี้    เป็นวันพระ    ไม่ฆ่าฟัน
ชิ้นเนื้อนั้น    จึงไม่มี    ที่ไหนเลย
•   นางจึงเลี่ยง    หลบไป    ข้างในบ้าน
เอามีดฝาน    เนื้อของตน    บนเนื้อน่อง
เลือดไหลรั่ว    ชั่วพริบตา    เนื้อหลุดกอง
นางประคอง    เนื้อส่งให้    สาวใช้ตน
•   เธอจงต้ม    เนื้อนี้    ที่ฉันเฉือน
อย่าแชเชือน    รีบเร่งไป    ให้พระฉัน
แล้วจงตาม    หมอยา    มาโดยพลัน
บอกว่าฉัน    เป็นแผลใหญ่    ให้มาเร็ว
•   ฝ่ายสามี    สุปปิยา    มาถึงบ้าน
เห็นอาการ    ของภรรยา    แสนสงสาร
แต่ก็เกิด    ปีติ    แสนเบิกบาน
การทำทาน    ยิ่งใหญ่    หาใครเทียม
•   คงจะเป็น    บุญใหญ่    ในโลกหน้า
ชมภรรยา    ว่าแม่คุณ    แม่ทูนหัว
ช่างแม่พระ    เสียสละ    แม้เนื้อตัว
ทั้งครอบครัว    พาสรรเสริญ    ยกเยินยอ


•   พระพุทธองค์    ทรงทราบแล้ว    ทรงตรัสว่า
สุปปิยา    จงเป็นสุข    ทุกข์ถดถอย
เนื้อที่แหว่ง    ก็เต็มเติม    ไร้ริ้วรอย
ไม่นานคอย    นางเดินได้    ไม่พิการ
•   พระทรงตรัส    เรียกภิกษุ    ผู้อาพาธ
อย่าประมาท    ในการหน้า    อย่าหละหลวม
พิจารณา    เนื้อสัตว์ก่อน    อย่างสำรวม
หากกำกวม    จงอย่าฉัน    นั่นเนื้อคน
•   จะเปิดช่อง    ให้ยักษ์มาร    ผลาญมนุษย์
บ้างไปพูด    เอาไปลือ    พระเสียหาย
บ้างนินทา    พระกินคน    จนได้อาย
ชนมากมาย    เสื่อมศรัทธา    ศาสนาเรา
•   ต่อไปนี้    ใครฉัน    เนื้อมนุษย์
ปรับสูงสุด    อาบัติ    ถุลลัจจัย
หากฉันเนื้อ    ไม่พิจารณา    ขาดวินัย
ก็ปรับให้    เป็นอาบัติ    ทุกกฎเลย
•   มาพูดถึง    นางวิสาขา    ว่ากันต่อ
นางไปขอ    นิมนต์พระ    มาขบฉัน
ส่งสาวใช้    ไปนิมนต์    อยู่ทุกวัน
แต่วันนั้น    ฝนตกมา    ห่าใหญ่จริง


•   นางสาวใช้    ไปถึงวัด    ไม่เห็นพระ
ต่างผงะ    เห็นชีเปลือย    ยืนแก้ผ้า
อาบน้ำฝน    ไม่ระวัง    ในวัดวา
จึงกลับมา    ฟ้องเจ้านาย    น่าอายจัง
•   นางวิสาขา    มีปัญญา    พิจารณารู้
ฝนตกอยู่    รอสักครู่    ค่อยไปใหม่
ภิกษุสงฆ์    มีผ้าน้อย    ไม่พอใช้
จีวรไว้    ห่มเพื่อกัน    อุจาดตา
•   วันรุ่งขึ้น    จึงไปเฝ้า    พระพุทธเจ้า
วาจากล่าว    ขออนุญาต    พระทรงศรี
ขอพระองค์    มีบัญชา    ลงมาที
ประเพณี    ผ้าอาบน้ำ    ตามต้องการ
•   พระพุทธองค์    ทรงบัญชา    ว่าเอาไว้
พระทั้งหลาย    รับผ้าได้    ไม่ผิดศีล
ก็เฉพาะ    ก่อนฝนตก    เป็นอาจิณ
หนึ่งเดือนสิ้น    ก่อนหน้าฝน    จะหล่นมา
•   นางวิสาขา    ปลาบปลื้มใจ    ในกุศล
บุญที่ตน    ประกอบไว้    ในหนหลัง
ส่งกระแส    ปีติ    เติมพลัง
เสร็จสมหวัง    บุญกิริยา    ห้าประการ


•   หนึ่งก็คือ    สร้างปราสาท    สร้างวิหาร
สองถวายทาน    เตียงตั่งฟูก    และลูกหมอน
สามถวายข้าว    ปลาอาหาร    ไม่ขาดตอน
สี่จีวร    ผ้าอาบน้ำ    ตามต้องการ
•   ห้าคือยา    รักษาพระ    ผู้อาพาธ
ล้วนฉลาด    การทำบุญ    ทุนกุศล
จึงชักชวน    ลูกหลาน    ในเรือนตน
มาเดินวน    รอบวิหาร    เบิกบานใจ
•   อีกทั้งร้อง    เพลงขับขาน    สำราญเลิศ
กล่าวชูเชิด    พระรัตนตรัย    ใจสุขสันต์
เหมือนเป็นบ้า    ร้องรำ    กันทั้งวัน
ภิกษุนั้น    ชวนกันเฝ้า    พระพุทธองค์
•   ต่างสงสัย    นางวิสาขา    เป็นบ้าไหม
แต่ไหนแต่ไร    ไม่เคยเห็น    เป็นอย่างนี้
เมื่อวานนั้น    ยังเห็นหน้า    กันดีดี
แต่วันนี้    ผีเข้าสิง    ยิ่งร้องรำ
•   พระพุทธองค์    ทรงตรัสตอบ    ออกไปว่า
ดูก่อนหนา    ภิกษุสงฆ์    อย่าว่าเขา
บุญที่นาง    ทำไว้    ไม่ใช่เบา
หาใครเอา    แบบอย่าง    อ้างไม่เจอ


•   นางเป็นเลิศ    ในทาง    อุปัฏฐาก
หาได้ยาก    ใครทำได้    มองไม่เห็น
ฉันยกย่อง    สรรเสริญนาง    อย่างที่เป็น
ยกนางเช่น    มหา    อุบาสิกาเอ




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ มิถุนายน 15, 2017, 08:39:17 AM