กันยายน 26, 2017, 05:23:13 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ  (อ่าน 3186 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sabysaby
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 52
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 2761


อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 05:21:52 PM »

Permalink: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ
ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ  ถ้าใช้    อย่างนั้นเมื่อเราตายเราก็จะขาดสติด้วยใช้มั้ยครับ




บันทึกการเข้า
sabysaby
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 52
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 2761


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 05:42:38 PM »

Permalink: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ
ขอถามอีกนิดนึงครับ  ความง่วงคือกิเลสหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
ไหลเย็น
รู้ธรรมคือรู้ตน
ผู้ดูแลบอร์ด
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 101


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 385
สมาชิก ID: 565


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 11:05:46 PM »

Permalink: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ
ตอบเฉพาะที่รู้นะครับ

ตอนนอนหลับ(หลับสนิท) คนเราจะไม่มีความคิด เรียกสภาวะนั้นว่า ภวังค์ ---- ในขณะนั้นจะมีภวังคจิตเกิดดับทำหน้าที่รักษาภพชาติ คือ ไม่ให้เคลื่อนไปจากภพ หรือ เข้าใจง่ายๆว่า ไม่ให้ตายไปนั่นเอง จิตทุกดวงอาศัย หทัยวัตถุ เกิด ดังนั้นหัวใจเราก็ยังต้องเต้นต่อไปแม้เวลาหลับ

ภวังคจิตมีด้วยกัน 19 ดวง ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นเกิดมากับดวงไหนใน 19 นี้ ก็จะได้ดวงนั้นรักษาภพประจำตนตลอดไปจนสิ้นชีวิต และทั้ง 19 ดวงจะมีสติเป็นเจตสิกประกอบด้วยทุกดวง  แต่ว่ากำลังอ่อนมากๆ ไม่เหมือนขณะที่เราตื่นรับอารมณ์ภายนอก ภวังคจิตจะดับลงและขึ้นสู่วิถีจิต มีจิตดวงอื่นมารับหน้าที่ต่อ ถ้าเป็นจิตฝ่ายกุศล ก็จะมีสติเจตสิกที่มีกำลังแรงกว่า นั่นคือ เมื่อเราตื่นจะมีสติมากกว่าตอนหลับนั่นเอง

แต่หากเราฝัน นั่นคือ มโนทวารของเราทำงานรับอารมณ์ ส่วนมากมาจากกรรมในอดีต และ ปัจจุบันกรรม ถ้าฝันเป็น อกุศล ขณะนั่นไม่เกิด สติเจตสิกเข้าประกอบ  แต่ถ้าฝันเป็นกุศล ก็จะมีสติเจตสิกเข้าประกอบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเวลาฝัน เจตนาของเราอ่อนมากแทบไม่มี จึงไม่มีผลนำไปสู่วิบากกรรมจากการฝัน

อธิบายเท่านี้ก่อนนะครับ

******
ความง่วงนอนจากร่างกายตามธรรมชาติเพราะธาตุขันธ์ ไม่ใช่กิเลสครับ แต่เรียกว่า ทุกข์

ความง่วงจากการ เบื่อหน่าย หรือ ท้อแท้ ท้อถอย หรือ ขี้เกียจ นั่นแหละคือ กิเลส ครับ


ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านครับ
บันทึกการเข้า

sabysaby
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 52
กระทู้: 3
สมาชิก ID: 2761


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2013, 06:47:08 PM »

Permalink: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ
ขอรบกวนถามท่านผู้รู้หน่อยนะครับ
  1.ถ้าเราเจริญสติจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว  สติเราจะเข้มแข็งมาก จนเราไม่หลับเลยใช้มั้ยครับ
  2.ขณะที่พระพุทธเจ้านิพพาน ตอนนั้นพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ หรือสิ้นชิวิตไปแล้วครับ ( หมายถึงนิพพานและก็หยุดหายใจไปเลย )
  3.ผมจะหาอ่านพระสูตรทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ไหนบ้างครับ
บันทึกการเข้า
ไหลเย็น
รู้ธรรมคือรู้ตน
ผู้ดูแลบอร์ด
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 101


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 385
สมาชิก ID: 565


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2013, 11:25:55 PM »

Permalink: ขณะที่คนเราหลับ เราขาดสติแล้วใช้มั้ยครับ
ตอบไปตามตำรานะครับ ในพุทธประวัติ พระพุทธเจ้าหลังจากตรัสรู้แล้ว ทรงเสวยวิมุตติสุข ๗ สัปดาห์ ท่านไม่ได้หลับเลย

สัปดาห์แรก นั่งอยู่ต้นโพธิ์ พิจารณาเรื่อที่เกิดขึ้นตลอดวันตลอดตืน

สัปดาห์ที่สอง ยืนมองต้นโพธิ์ที่ตรัสรู้ไม่กระพริบตา พิจราณาเรื่องราวที่ผ่านมา

สัปดาห์ที่สาม เดินจงกรมตอลอด ๗ วัน

............ ที่เหลือหาอ่านในตำราต่อเองนะครับ

((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((

ในทางพระอภิธรรมนั้น นอกจากพระอรหันต์แล้ว เมื่อตายลงก็เกิดใหม่ทันที คือ จุติจิตเป็นดวงสุดท้ายดับลง ปฏิสนธิจิตก็สืบต่อทันทีแต่เป็นภพชาติใหม่แล้วแ่ต่บุญกรรมส่งมา นั่นคือ ชีวิต ก็สืบต่อไปในทันทีไม่มีหยุดไม่มีสิ้น คำว่าสิ้นชีวิตจริงๆจึงไม่มี  มีแต่ร่างที่ไร้ชีวิต เพราะจิตได้ไปปฏิสนธิใหม่ ไปมีชีวิตต่อในภพใหม่เรียบร้อยแล้ว

อย่าสับสนระหว่าง สัตว์ กับต้นไม้นะครับ ในอภิธรรมถือว่า ต้นไม้ไม่มีชีวิต เพราะต้นไม้ไม่มี จิต จึงไม่มี ชีวิตินทรีย์เจตสิก (จิตทุกดวง ต้องมี ชีวิตินทรีย์เจตสิก) และต้นไม้ไม่ได้เกิดจากกรรม  การเคลื่อนไหวและเติบโตของต้นไม้เกิดจาก อุตุ และ อาหาร

แต่กรณีพระอรหันต์ ท่านเข้านิพพาน ในตำราท่านว่า นิพพานไม่มีเกิดไม่มีดับ และพระอรหัต์เมื่อ จุติจิตดวงสุดท้ายดับแล้วไม่มีปฏิสนธิจิตเกิดต่อ นั่นคือ สิ้นภพภูมิที่จะต้องเกิดอีกต่อไปแล้ว ( ตรงนี้หมายถึง หมดสิ้นชีวิตซะทีหรือเปล่า ไม่แน่ใจครับ )

ในตำราท่านว่า นิพพานแม้มี ๒ แบบ (สอุปาทิเสสนิพพาน  อนุปาทิเสสนิพพา)  ๓ ภาวะ (อนิมิตตนิพพาน อปณิหิตนิพพาน สุญญตนิพพาน) แต่มีลักษณะเดียวคือ สันติลักขณัง  คือ ความสงบ ( สงบจาก กิเลส รูปนามขันธ์ ๕  หมายถึง จิต ด้วย เพราะจิตก็คือวิญญาณขันธ์)


ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่าน
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กันยายน 10, 2017, 01:08:25 PM