พฤษภาคม 26, 2017, 03:11:06 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อวิชชา  (อ่าน 2202 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หนึ่งบาท
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 50
สมาชิก ID: 2008


« เมื่อ: มกราคม 26, 2014, 10:59:19 PM »

Permalink: อวิชชา
อวิชชา คือความไม่รู้ มี ๘ ประการ อันมีดังนี้  คือ

๑.ไม่รู้ในทุกข์ หมายถึง อุปาทานในขันธ์๕  อันทำให้เร่าร้อนเผาลน

๒.ไม่รู้ในสมุทัย ว่าเหตุให้เกิดทุกข์มาจาก ตัณหา ๓ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

๓.ไม่รู้จักนิโรธ คือ สภาวะว่างจากกิเลสตัณหา อันใม่เกิดอุปาทานทุกข์ทั้งปวง

๔.ไม่รู้ในมรรค ว่าควรปฏิบัติอย่างไร

๕.ความไม่รู้อดีต คือ การไม่ย้อนระลึกรู้ขันธ์๕ กรรม วิบาก ที่เคยเกิดเคยเป็น

๖.ความไม่รู้อนาคต คือ ไม่รู้ไม่เข้าใจในการเกิด การดับ ของขันธ์ทั้ง๕ กรรม วิบาก ว่าล้วนเป็นไปตามการกระทําที่มีเจตนาทั้งสิ้น   หรืออนาคตนั้นก็จักเป็นไปตามเหตุปัจจัยอันคือกรรมการกระทํานั่นเอง

๗.ความไม่รู้ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคต


๘.ความไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท คือ ไม่รู้กระบวนธรรมการเกิดขึ้น และการดับไปแห่งทุกข์ ล้วนเกิดแต่เหตุปัจจัยมาประชุมปรุงแต่งกัน อาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้น

****************************

ไม่รู้ความ เป็นไป ในอดีต

ไม่สังคีต มรรคา อนาคต

อีกสัจจะ ปฏิจจะ สมุปบท

จึงบอดบด มืดมิด เป็นอวิชชา








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2014, 10:15:57 PM โดย หนึ่งบาท » บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 39
กระทู้: 728
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2014, 08:49:16 PM »

Permalink: อวิชชา
อวิชชา ว่าหายาก เป็นที่สุด
แม้รู้จุด สะดุดใจ ยังใคร่หา
แม้ใจรู้ อยู่ควรละ ไกลกายา
แต่ใจหนา ยังดิ้นรน ค้นหามัน

นั่นเป็นเพราะ ใจเราติด คิดใฝ่ถึง
หยั่งติดตรึง เวทนา ในสุขนั้น
ยิ่งเสพย์สม ความสุขตาม กายใจฝัน
ยิ่งยึดมั่น ว่าสุขนั้น คือของจริง

ทำให้เกิด ความดิ้นรน ค้นไขว่หา
ให้ได้มา ดั่งพอใจ ใคร่เสพย์สิง
ก็เมื่อพลัน มันไม่เป็น เช่นหวังอิง
ทุกข์ทุกสิ่ง ก็วิ่งถา โถมหัวใจ


หากจะละ ต้องรู้นะ ละที่ไหน
ซึ่งไม่ใช่ เสพย์ไม่ได้ ยิ่งใฝ่คว้า
หากจะละ ให้ละที่ เวทนา
อวิชา เกิดมาได้ เพราะสิ่งนี้


เมื่อวางเฉย ปล่อยเลยไป ทั้งสุขทุกข์
ดั่งเรารุก ฆาตตัวทุกข์ ให้รุดหนี
สักแต่รู้ ว่ามันเกิด ในฤดี
หรือดับลี้ พ้นชีวี นี้เราไป

ไม่เข้าร่วม มีส่วนเสพย์ กับสิ่งนั้น
เสพย์สมมัน ก็หาใช่ ประโยชน์ไม่
ไร้ประโยชน์ ไม่เกิดพ้น บ่วงทุกข์ใจ
เมินมันไป ได้เมื่อไหร่ คือทางพ้น

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤษภาคม 23, 2017, 09:17:55 AM