ธันวาคม 18, 2017, 07:26:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อโหสิกรรม ยังรอให้ผล  (อ่าน 2383 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไหลเย็น
รู้ธรรมคือรู้ตน
ผู้ดูแลบอร์ด
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 101


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 385
สมาชิก ID: 565


« เมื่อ: มีนาคม 16, 2014, 05:04:27 PM »

Permalink: อโหสิกรรม ยังรอให้ผล
วันนี้ได้เรียนเรื่องกรรม  มีกรรมที่ให้ผลแน่นอนอยู่ มีทั้งชั่ว และก็ดี

กรรมชั่วที่ให้ผลแน่นอน หมายถึง เมื่อตายแล้วไปอบายคือ นรก แน่นอนโดยไม่มีอะไรมาขวางได้ มี 2 อย่างคือ

1.อนันตริยกรรม 5 เมื่อตายแล้ว ลงนรก อเวจีแน่นอน ถึงทำกรรมดีใดๆภายหลังก็มาขัดขวางไม่ได้ ต้องไป นรก สถานเดียว

2.มิจฉาทิฏฐิ ที่ ปฏิเสธ กรรมดี กรรมชั่ว คือ เห็นว่า ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ทำอะไรก็ไม่มีผลของการกระทำ ไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ ทุกอย่างเป็นไปเอง บังเอิญประจวบเหมาะของมันเอง ตายแล้วสูญสิ้นกัน ไม่มีการเกิดมารับผลอีก เป็นต้น คนที่เชื่อเช่นนี้ เมื่อตายลงจะไปลงนรกโลกันต์ ทันทีไม่มีอะไรมาขวางได้


*****************

ส่วนกรรมดีที่ให้ผลแน่นอนไม่มีอะไรคั่น คือ มรรค 4 - โสดาบันมรรค สกิทาคามิมรรค อนสคามีมรรค อรหัตมรรค คือ เมื่อได้มรรคนั้น ผลก็เกิดต่อทันที คือ  โสดาบันผล สกทาคามีผล อนาคามีผล อรหัตผล ทันที ไม่มีอะไรขวางได้เช่นกัน

**************

ส่วน อโหสิกรรม หมายถึง กรรมที่ยุติหน้าที่ แต่ไม่ยุติบทบาท ยังคงตามส่งผลต่อ ยกตัวอย่างเช่น คนที่่ทำผิดศีลจนส่งผลให้ไปเกิดในอบาย แต่ภายหลังทำกรรมดีมากจนส่งผลให้เมื่อตายแล้วไปเกิดในสุคติภูมิ ดังนั้นกรรมอันแรกที่จะส่งไปอบายจึงยุติหน้าที่ ที่เรียกว่า อโหสิกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าหมดไป คือยังอยู่ และยังตามส่งผลในโอกาสต่อไป

อโหสิกรรม ที่ยุติทุกอย่างถาวรจริงๆ  มีแต่กรณีของพระอรหันต์ที่เข้านิพพาน ไม่กลับมาเกิดแล้วเท่านั้น

*************

เรื่องฆ่าพ่อโดยไม่รู้ ก็เป็น อนันตริยกรรม เช่น เข้าป่าล่าสัตว์กับพ่อ แล้วพ่อไปแอบที่พุ่มไม้ แต่ลูกมองเห็นเป็นสัตว์ จึงยิงพ่อโดยคิดว่ายิงสัตว์อื่น ถ้าพ่อตาย ก็ถือว่าเป็น อนันตริยกรรม เพราะทำด้วยมีเจตนาที่จะฆ่า  และก็ตายตามเจตนา

แต่ถ้าหากว่า คนนั้นที่จริงแล้ว เป็นพ่อเลี้ยงโดยลูกไม่รู้ความจริง ก็ไม่ถือว่าเป็น อนันตริยกรรม ลูกจึงเป็นเพียง ฆาตกร และผิดศีล ปาณาติบาต

***************

เรื่องกรรม เป็นเรื่องที่ซัยซ้อน จัดเป็น 1 ใน 4 เรื่องที่พระพุทธเจ้าบอกว่า ไม่ควรคิดหาคำอธิบาย เพราะหาที่สุดมิได้ เป็น อจิณไตย

***********************************************


       

อนึ่ง การให้ผลของกรรมจะเกิดขึ้นหรือถูกขัดขวาง ด้วยปัจจัยประกอบ 4 อย่าง คือ
คติ  อุปธิ  กาล  ปโยค ซึ่งแบ่งเป็น ฝ่ายดี และ ฝ่ายไม่ดีอีกด้วย ฝ่ายดีเรียกว่า สมบัติ  ฝ่ายไใ่ดีเรียกว่า วิบัติ  ดังนี้

กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อัน “คติสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อัน “อุปธิสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อัน “กาลสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อัน “ปโยคสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
 
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อาศัย “คติวิบัติ” จึงได้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อาศัย “อุปธิวิบัติ” จึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อาศัย “กาลวิบัติ” จึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบาป บางอย่าง อาศัย “ปโยควิบัติ” จึงให้ผลก็มี
 
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อัน “คติสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อัน “อุปธิสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อัน “กาลสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อัน “ปโยคสมบัติ” ห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี
 
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อาศัย “คติวิบัติ” จึงได้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อาศัย “อุปธิวิบัติ” จึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อาศัย “กาลวิบัติ” จึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทาน (การกระทำกรรม) อันเป็นบุญ บางอย่าง อาศัย “ปโยควิบัติ” จึงให้ผลก็มี”

***************

วิบัติและสมบัติ

ผลดีย่อมเกิดจากกรรมดี กรรมดีจะไม่ให้ผลชั่วแต่ให้ผลดีเมื่อมีโอกาส ถ้าทำดีแล้วยังไม่ได้ดี แสดงว่ามีข้อเสียหรือวิบัติขัดขวาง วิบัติมี ๔ คือ
     ๑. คติวิบัติ คือ กำเนิดชั่วในอบายภูมิ ในตระกูลต่ำ ยากจน ถิ่นกันดาร

     ๒. อุปธิวิบัติ คือ เกิดมามีรูปชั่ว พิการ อ่อนแอ ปัญญาอ่อน

     ๓. กาลวิบัติ คือ เกิดในช่วงกลียุค  คนชั่วมีอำนาจปกครอง พลเมืองไร้ศีลธรรม

     ๔. ปโยควิบัติ คือ มีความเพียรเลว ย่อหย่อน เกียจคร้าน ทำผิดวิธี

     วิบัติย่อมสนับสนุนกรรมชั่วบางอย่าง เช่น ผู้ที่เกิดมาจนย่อมลำบากอยู่แล้ว ถ้าเกียจคร้านย่อมลำบากเป็นทวีคูณ

     วิบัติอาจขัดขวางกรรมดีบางอย่างในบางโอกาส แต่ขัดขวางกรรมดีบางอย่างไม่ได้ เช่น ในถิ่นกันดาร คนขยันอาจเป็นอยู่อย่างฝืดเคือง ในการสมัครงานคนขี้เหร่แม้มีคุณสมบัติครบก็มักจะไม่ได้งานรูปร่างอาจเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่ศาลจะไม่ตัดสินผู้บริสุทธิ์ให้เป็นผู้ผิดโดยใช้รูปร่างเป็นเกณฑ์

     วิบัติ ๔ นี้เองเป็นสาเหตุของความเห็นผิดที่ว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน" ตรงกันข้าม ถ้าทำชั่วแล้วยังไม่ได้ชั่ว แสดงว่ามีข้อดีหรือสมบัติคุ้มครอง สมบัติมี ๔ คือ

     ๑. คติสมบัติ กำเนิดดี เป็นเทวดา มนุษย์ สูงศักดิ์ ร่ำรวย ถิ่นที่เจริญ

     ๒. อุปธิสมบัติ รูปดี แข็งแรง ฉลาด

     ๓. กาลสมบัติ ยุคเจริญ โลกอุดมสมบูรณ์ คนดีมีอำนาจ ผู้คนมีศีลธรรม

     ๔. ปโยคสมบัติ ความเพียรชอบ แข็งขัน ทำถูกวิธี

     สมบัติย่อมสนับสนุนกรรมดีบางอย่าง เช่น คนที่ร่ำรวยอยู่แล้วถ้าฉลาดและขยันก็จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

     สมบัติอาจขัดขวางกรรมชั่วบางอย่างในบางโอกาส แต่ขัดขวางกรรมชั่วบางอย่างไม่ได้ เช่น ในประเทศที่ร่ำรวยคนเกียจคร้านก็ยังสุขสบายด้วยสวัสดิการจากรัฐบาล ในที่ลับตาหรือเวลาที่ปลอดคนโจรกรรมมักจะสำเร็จ แต่เมื่อทำบ่อยๆย่อมถูกจับได้

     สมบัติ ๔ นี้เองทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า "ทำชั่วได้ดีมีถมไป"




บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2017, 11:32:51 PM