กุมภาพันธ์ 20, 2017, 09:11:12 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โลกุตตรธรรม ๙  (อ่าน 1396 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไหลเย็น
รู้ธรรมคือรู้ตน
ผู้ดูแลบอร์ด
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 101


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 378
สมาชิก ID: 565


« เมื่อ: มิถุนายน 24, 2014, 11:11:43 PM »

Permalink: โลกุตตรธรรม ๙
โลกุตตรธรรม คือ โลกุตตรจิต ๘ และ นิพพาน ๑ รวมเป็น ๙

โลกุตตรจิต ๘ คือ

๑.โสดาปัตติมัคคจิต

๒.สกทาคามีมัคคจิต

๓.อนาคามีมัคคจิต

๔.อรหัตตมัคคจิต

๕.โสดาปัตติผลจิต

๖.สกทาคามีผลจิต

๗.อนาคามีผลจิต

๘.อรหัตตผลจิต

-------------

โลกุตตรธรรม ยังมีชื่อเรียกอื่นอีกหลายชื่อ คือ

- อปริยาปันนา  ธัมมา หมายความว่า  ธรรมที่พ้นจากวัฎฎะ หรือ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด

- อสังกิเลสิกา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือ กิเลสมายึดเอาเป็นอารมณ์ไม่ได้

-  อนุปาทานิยา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน

- อัปปมาณา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่หาประมาณไม่ได้

- ปณีตา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่ประณีต

เฉพาะนิพพาน ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า อสังขตธรรม แปลว่า ธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ส่วนอื่นที่นอกจากนิพพานแล้ว

ล้วนเป็น สังขตธรรม คือ มีปัจจัยปรุงแต่ง รวมทั้ง มัคคจิต ๔ ผลจิต ๔ ด้วยเช่นกัน

เฉพาะ มัคคจิต ๔ ยังมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกคือ นิยยานิกธรรม และ อปจยคามิโน หมายความว่า ธรรมที่พาให้พ้น

จากวัฎฎะการเวียนว่ายตายเกิด (วิวัฎฎคามินี)

******************

โลกุตตรธรรม ๙  เป็น อัปประมาณา คือ หาประมาณไม่ได้  ส่วนที่รองลงมา คือ มหัคคตา ธัมมา

หมายความว่า ธรรมที่เข้าถึงความประเสริฐ ได้แก่ ฌานจิตทั้งหลาย มี รูปฌาน ๕ และ อรูปฌาน ๔

จิตเหล่านี้เกิดกับ ฌานลาภีบุคคล คือ ผู้ที่ทำฌานสำเร็จ ซึ่งสามารถระงับกิเลสได้ชั่วคราวตามกำลังของฌาน

และส่งผลให้ได้เกิดใน รูปพรหม และ อรูปพรหม มีอายุยืนยาวมาก

*********

รองลงมาอีก คือ ปริตตา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่มีกำลังน้อย ได้แก่ กามจิตทั้งหลาย กล่าวคือ มี

กุศลจิต อกุศลจิต ทั้งหลายที่เกี่ยวกับ กาม เช่น ฝ่ายดี ได้แก่ การทำบุญทำทาน การสร้างอาคารวัตถุสิ่งต่างๆ  

ฝ่ายชั่ว ก็คือการทำทุจริต การประพฤติชั่ว ทำชั่ว ทุกอย่าง

เพราะการทำดี หรือ ชั่ว ที่ยังติดอยู่ในกาม เป็นสิ่งที่มีกำลังน้อย อย่างดีก็ส่งให้เสวยสุขในสวรรค์ อย่างชั่วก็ไปลงอบาย

******************

แต่ทั้ง กามจิต และ ฌานจิต ที่กล่าวมานี้ ยังเป็น โลกียจิตอยู่ คือ ยังต้อง เวียนว่ายตายเกิดในโลกทั้ง ๓ ( กามภูมิ

รูปภูมิ อรูปภูมิ ) เรียกอีกอย่างว่า ปริยาปันนา ธัมมา หมายความว่า ธรรมที่ยังต้องเวียนว่ายในวัฎฎะ

หรีือ เรียกอีกอย่างว่า ธรรมที่เป็น สังขารโลก       และ ธรรมเหล่านี้ก็เป็น ทุกขสัจจ์ คือ มีความเป็นทุกข์

การที่จะพ้นจากทุกข์ ก็คือ ทำโลกุตตรธรรม ๙ กล่าวคือ ทำมัคคจิตให้เกิด แล้วมัคคจิต จะ

ประหาณกิเลส กลายเป็น มัคคสัจจ์  ได้เห็น พระนิพพาน

และ นิพพาน ก็คือ นิโรธสัจจ์

การทำมัคคจิตให้เกิด ด้วยการเจริญ วิปัสสนาญาณ คือ พิจารณา รูป- นาม











บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 17, 2017, 04:15:30 PM