ตุลาคม 22, 2017, 10:36:36 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุบิณวิถี  (อ่าน 1995 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไหลเย็น
รู้ธรรมคือรู้ตน
ผู้ดูแลบอร์ด
พุทธบุตร
*****

พลังความดี : 101


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 385
สมาชิก ID: 565


« เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2014, 11:11:41 PM »

Permalink: สุบิณวิถี
ความฝัน เป็นสิทธิส่วนตัว ทุกคนมีสิทธิ์จะฝัน แต่เมื่อตื่นขึ้นก็พบว่า มันเป็นแค่ฝันๆ

อันที่จริง ความฝันเป็นของ มนุษย์ และ อบายภูมิ ๓ (เว้นพวกที่อยู่ในนรกใช้กรรมจนไม่มีเวลาได้นอน)

ส่วน เทวดา และ พรหม ท่านไม่หลับ คือ เทวดาก็สนุกตลอดเวลา พรหมก็ทรงอยู่ในฌาน

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ความฝัน เป็นสิทธิของ มนุษย์ภูมิเท่านั้น ก็เป็นไปได้ทีเดียว

****************

ว่าโดยมนุษย์แล้ว มี ๗ ประเภท คือ ปุถุชนที่มีปัญญา ปุถุชนที่ไม่มีปัญญา  มนุษย์ที่พิการแต่กำเนิด และ อริยบุคคล ๔ รวมเป็น ๗

แต่มีมนุษย์ ๖ ประเภทเท่านั้นที่ฝัน ส่วนพระอรหันต์ไม่ฝัน

*************

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง สาเหตุแห่งความฝันไว้ ๔ ประการ คือ    
        
๑.  กรรมนิมิต [บุพพนิมิต ] กรรมดีหรือชั่วในอดีต จะมาให้ผล            

๒.  จิตอาวรณ์ [อนุภูติบุพพะ] จิตไปผูกพันอยู่กับสิ่งใดมากๆ ก็อาจฝันถึงสิ่งนั้นได้            

๓.  เทพสังหรณ์ [เทวโตปสังหรณ์] เทวดานำข่าวมาบอก อาจเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ได้            

๔.  ธาตุกำเริบ [ธาตุโขก] ร่างกายไม่ปกติ อาจทำให้ฝันไปได้แปลกๆ  

*************

(สุปินสูตร)
    
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ ๔๓๓ - ๔๓๕

อรรถกถา
          พึงทราบวินิจฉัยในสุปินสูตรที่  ๖  ดังต่อไปนี้:-
          บทว่า  มหาสุปินา  ความว่า  ชื่อว่า  มหาสุบิน  เพราะบุรุษผู้ใหญ่
พึงฝัน  และเพราะความเป็นนิมิตแห่งประโยชน์อันใหญ่.    บทว่า  ปาตุรเหสุ
แปลว่า   ได้ปรากฏแล้ว.
          ในบทนั้น  ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ  ๔ ประการ  คือ  
เพราะธาตุกำเริบ  ๑
เพราะเคยเป็นมาก่อน  ๑  
เพราะเทวดาดลใจ   ๑  
เพราะบุรพนิมิต  ๑
  
ในฝันเหล่านั้น  คนธาตุกำเริบ  เพราะ(น้ำ)ดีเป็นต้น  เป็นเหตุทำให้กำเริบย่อมฝัน  เพราะ
ธาตุกำเริบ   และเมื่อฝัน   ย่อมฝันหลายอย่าง   เช่น   ฝันว่าตกจากภูเขา   ว่าไปทางอากาศ    
ว่าถูกเนื้อร้าย    ช้างและโจรเป็นต้นไล่ตาม.  

เมื่อฝันโดยเคยเป็นมาก่อน  ย่อมฝันถึงอารมณ์เป็นมาแล้วในกาลก่อน.  

สำหรับผู้ฝันโดยเทวดาดลใจ   ทวยเทพย่อมบรรดาลอารมณ์หลายอย่าง    
เพราะประสงค์ดีก็มี   เพราะประสงค์ร้ายก็มี  ผู้นั้นย่อมฝันเห็นอารมณ์เหล่านั้น   ด้วยอานุภาพของทวยเทพ
เหล่านั้น.  

เมื่อฝันโดยบุรพนิมิต   (ลางบอกล่วงหน้า)  ย่อมฝัน  อันเป็นบุรพนิมิต      
ของประโยชน์หรือของความพินาศที่ประสงค์จะเกิดด้วยอำนาจบุญและบาป  
ดุจพระชนนีของพระโพธิสัตว์  ได้นิมิตในการได้พระโอรส  
ดุจพระเจ้าโกศล   ทรงฝันเห็นสุบิน  ๑๖    
และดุจพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้แล    
ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์  ทรงฝันเห็นมหาสุบิน  ๕  ประการนี้.
          
ในฝันเหล่านั้น ฝันเพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยเป็นมาก่อน ไม่จริง.
  
ฝันเพราะเทวดาดลใจ  จริงบ้าง  ไม่จริงบ้าง  เพราะว่า  เทวดาทั้งหลาย
โกรธขึ้นมา  ประสงค์จะให้ถึงความพินาศด้วยอุบาย จึงแสร้งทำให้ผิดปกติ.

แต่ฝันเพราะบุรพนิมิต   เป็นจริงโดยส่วนเดียวแท้.  

แม้เพราะความเกี่ยวข้องของมูลเหตุ  ๔  อย่างเหล่านี้ต่างกัน ฝันจึงต่างกันไป
ฝันแม้ทั้ง  ๔  นั้นพระเสกขะและปุถุชน  ย่อมฝัน   เพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้  
พระอเสกขะไม่ฝัน เพราะละวิปัลลาสได้แล้ว.

 ก็สุบินนี้นั้น     แม้ว่า   โดยเวลาฝันในเวลากลางวัน  ย่อมไม่จริง  ใน
ปฐมยาม   มัชฌิมยาม   และปัจฉิมยาม    ก็เหมือนกัน.   แต่ตอนใกล้รุ่ง   เมื่อ
อาหารที่กิน   ดื่ม   และเคี้ยวย่อยดีแล้ว   โอชะอยู่ตามที่ในร่างกาย   พออรุณขึ้น
ความฝันย่อมจริง    เมื่อฝันอันมีอิฏฐารมณ์เป็นนิมิต   ย่อมได้อิฏฐารมณ์   เมื่อ
ฝันมีอนิฏฐารมณ์เป็นนิมิต    ย่อมได้อนิฏฐารมณ์.  

************

ความฝันที่ชื่อว่า มหาสุบิน  ๕  เป็นความฝันพิเศษเฉพาะคือ
โลกิยมหาชนไม่ฝัน มหาราชาทั้งหลายไม่ฝัน  พระเจ้าจักรพรรดิทั้งหลายไม่ฝัน
อัครสาวกทั้งหลายไม่ฝัน   พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ฝัน   พระสัมมาสัม-
พุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่ฝัน  พระสัพพัญญูโพธิสัตว์พระองค์เดียวเท่านั้นย่อมฝัน.

******************
คืนก่อนจะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงพระสุบินนิมิต ๕ ประการ เรียกว่า “ปัญจมหาสุบินนิมิต” มีความว่า

๑. ทรงบรรทมหงายอยู่เหนือพื้นแผ่นดินนี้
ใช้พื้นพสุธาเป็นพระแท่นบรรทม (เตียงนอน)
เอาเทือกเขาหิมาลัยเป็นพระเขนย (หมอนหนุน)
พระหัตถ์ซ้ายพาดไปทางมหาสมุทรด้านตะวันออก
พระหัตถ์ขวาพาดไปทางมหาสมุทรด้านตะวันตก
พระบาททั้งสองพาดยาวไปทางมหาสมุทรด้านใต้

๒. มีต้นหญ้าแพรกเกิดขึ้นที่พระนาภี (สะดือ) สูงใหญ่ทะลุเมฆ

๓. มีหนอนสีขาวจำนวนมากไต่ตามพระบาทจนท่วมพระชานุ (เข่า)

๔. มีฝูงนก ๔ จำพวก มีสีต่างๆ กัน คือ สีเหลือง เขียง แดง ดำ
บินมาจากทิศทั้ง ๔ มาเกาะที่พระบาท น้อมคำนับแล้วกลายเป็นสีขาวหมด

๕. ทรงดำเนินจงกรมบนยอดภูเขาอันเต็มไปด้วยกองอุจจาระ
แต่พระบาททั้งสองไม่ได้แปดเปื้อนด้วยกองคูถเลย

พระสุบินนิมิตทั้ง ๕ ประการนี้ เป็นนิมิตให้รู้ว่า
พระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแน่แท้
และคำสอนของพระองค์จะโด่งดังทะลุฟ้า
คนทุกชาติชั้นวรรณะจะหันมานับถือพระพุทธศาสนา
ผู้ใดปฎิบัติธรรม ผู้นั้นจะมีจิตใจขาวสะอาดเหมือนกันหมด
จะมีคนมากมายเคารพนับถือและมอบลาภสักการะให้
แต่ก็มิอาจทำให้พระองค์หลงใหลมัวเมาในลาภสักการะ











บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ ตุลาคม 19, 2017, 06:38:09 PM