กุมภาพันธ์ 25, 2017, 07:15:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ห้ามบิณฑบาตร  (อ่าน 2190 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มุ่ยซัน
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 3


เพศ: หญิง
อายุ: 35
กระทู้: 41
สมาชิก ID: 447


อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2015, 02:16:31 PM »

Permalink: ห้ามบิณฑบาตร
การห้ามพระไม่ให้บิณฑบาตไม่ใช่เพิ่งมีในสมัยนี้ แต่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีเจ้าเมืองห้ามไม่ให้พระพุทธเจ้าพร้อมหมู่สงฆ์ไม่ให้เข้าบิณฑบาตร ปิดประตูเมือง พระพุทธเจ้าทรงเตือนว่าอย่าทำเช่นนั้น เพราะเท่ากับทำลายคนถึงสามคน คือ คนให้เขาก็จะไม่ได้บุญ คนรับก็จะไม่ได้ทาน คนห้ามก็จะเดือดร้อนหาทางแก้ไม่ถูกถึงขั้นถูกแผ่นดินสูบ แต่เจ้าเมืองไม่เชื่อ พระพุทธเจ้าทรงบอกว่าจะถูกแผ่นดินสูบลงสู่อเวจีมหานรก ในวันเวลานั้น เจ้าเมืองจึงหนีขึ้นไปบนปราสาทชั้นบนแล้วบอกให้ข้าทาสหลายคนคอยปิดล้อมตัวเองไว้ไม่ให้ลงมาตีนบันได แต่พอถึงเวลาที่พระองค์บอกไว้เจ้าเมืองก็พุ่งพรวดพราด ข้าทาสมากมายก็กั้นไม่อยู่ถูกแผ่นดินสูบตรงตีนบันได ดังพุทธพระยากรณ์ 

อาตมาบิณฑบาตมาสามสิบกว่าปี เจอคนที่ชอบหาความเดือดร้อนใส่ตัวมาเยอะแล้ว เขาชอบความเดือดร้อน ต้องการความเดือดร้อนตลอดชีวิต ตกเป็นทาสแห่งความชอบ ชัง เฉย อิจฉา ปองร้าย แม้แต่พระก็ไม่ละเว้น การบิณฑบาตรเป็นอาชีพที่บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน ไม้ได้ฆ่าเอง ไม่ได้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ได้ลักขโมยเอง ไม่ได้ให้ผู้อื่นลักขโมย ไม่ได้โกหกใคร ไม่ได้ให้ใครโกหก ไม่ได้ดื่มสุราเอง ไม่ได้ให้ใครดื่มสุรา ไม่ได้ผิดในกามเอง ไม่ได้ให้ใครผิดในกาม ไม่มีอาชีพอะไรที่บริสุทธิ์ผ่องใสไร้บาปปลอดความชั่วร้ายใดๆ ทั้งสิ้น
พระบิณฑบาตก็ไม่ได้ไปธรรมดาอย่างคนชั่วร้าย คิดว่าเอาเปรียบผู้อื่นเที่ยวขอเค้าไปทั่ว แต่ไปด้วยการภาวนา ดับ ชอบ ชังเฉย จะคิดดับๆ ผลงานทางใจจึงมีมาก ทำให้แม้แต่พระยามารก็ต้องเดือดร้อน เพราะพระยามารชอบทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อน ถ้าใครไม่อยากเดือดร้อนทุรนทุรายไร้ที่พึ่งหาความสุขสงบไม่ได้ตลอดชีวิตก็ให้รีบดับความคิดซะ เพราะไม่มีอะไรที่จะชั่วร้ายเกินกว่าความคิดอีกแล้ว คนที่คิดมากจึงชั่วร้ายมาก คิดน้อยก็ชั่วร้ายน้อย คนที่หยุดคิดจึงบริสุทธิ์ผ่องใสไร้ความเศร้าโศก ไม่เป็นทาสชอบ ชัง เฉย จึงไม่แพ้ใคร ไม่เสมอใคร และไม่แย่กว่าใคร ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ดับความคิดซะ ด้วยการใส่ใจขยันสังเกตระลึกรู้ดูความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะคิดหนอๆ แล้วเราจะได้บุญวิเศษ รู้เองเห็นเอง หมดความเดือดร้อน ไม่ต้องมาบ้าคอยจับผิดใคร เพราะจับเท่าไหร่ก็คือความผิดของตัวเองทั้งนั้น ผิดทั้งชีวิตนั่นแหละ หาความถูกไม่เจอหรอก ขอบอกอย่าโง่เที่ยวไปจับผิดใครจะความสุขไม่ได้ตลอดชีวิต ก็รู้แก่ใจอยู่แล้ว บัณฑิตผู้รู้ทันดับทันเขาไม่จับผิดใครหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ (อย่ายุ่ง ถ้าไม่อยากยุ่งยากให้กับความอยาก..ก็พ้นบาปแล้ว...)




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2017, 08:43:41 AM