ตุลาคม 24, 2017, 05:31:45 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้องแมวเสียชีวิต  (อ่าน 1321 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แมวน้อยฟิว
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


อายุ: 17
กระทู้: 1
สมาชิก ID: 3047


อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2016, 09:24:40 PM »

Permalink: น้องแมวเสียชีวิต
น้องแมวเราอายุ3เดือนแล้ว น้องท้องผูกแต่เราไม่ได้พาไปหาหมอแล้วน้องก็ช็อคอยู่หลายครั้งเราพยายามเอามือกอดน้องเอาไว้ เรารีบพาไปรพ.แต่ไม่ทันน้องสินใจคามือเรา เราเสียใจมากได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ดี ถ้าเราพาน้องไปเร็วกว่านี้คงไม่เกิดอะไรอย่างนี้ขึ้น

-เราจะสวดมนต์บทใหนให้น้องได้บ้าง(เราไม่ได้ไปทำบุญไม่มีใครพาไป)
-น้องจะโกรธเราไหม น้องเสียไปจะสบายรึเปล่า
-น้องจะไปเกิดที่ที่ดีไหม น้องเป็นแมวทึ่ไม่ดุหรือทำร้ายสัตว์เล็กกว่า
-วันที่5เดือนหน้าวันเกิดเราเราจะทำสังขทานให้น้องเราควรใส่อะไรลงไปบ้าง

ตอนนี้เราตรอมใจมากรู้สึกผิด รู้สึกแย่ รู้สึกท้อไปหมด
น้องเสียคามือเราตอนไปถึงรพ.พอดี เราแย่มากๆเลยใช่ไหม




บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 39
กระทู้: 759
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2016, 11:48:14 AM »

Permalink: น้องแมวเสียชีวิต
ของขวัญวันเกิดครับ

เรามีกรรมเป็นของๆตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตามและอาศัย เขามาแค่ไหนก็แล้วแต่กรรมอันเป็นแดนเกิดให้เขาเป็น ตัวเราก็ไม่ใช่ไม่ใส่ใจ แต่บางอย่างอาจจะเพราะกรรมเขาที่ต้องเป็นไปจึงทำให้เราละเลยไปก็เป็นได้ เสียใจอยู่นี้ไม่ทำให้น้องคุณเกิดเป็นเทวดาหรือถึงพระนิพพานหรอกครับ ทำจิตให้ละความเศร้าหมองไปโดยระลึกถึงตอนที่น้องคุณเล่นกับคุณน่ารักๆ เมื่อยังชีพอยู่เขาก็เป็นน้องเป็นเพื่อนน่ารักต่อคุณ เขาไปดีแล้วก็ไม่ต้องมาเจ็บป่วยกายอีก เป็นสุขที่ไม่ต้องทุกข์เพราะกายอีก

ตอบข้อที่ 1.
- ถ้าจะสวดพุทธมนต์ให้ไปวัดพระศรี ตรงวงเวียนบางเขน กทม. กุฏิ 8 ทุกๆวันศุกร์ เวลาประมาณ 7.00 น.- 8.30 น. ถวายภัตราหาร เวลา 10.00 น. - 12.00 น. แสดงธรรมและนั่งสมาธิ พระพุทธสารเถระ(หลวงปู่บุญกู้ อนุวัฑฒโน พระอรหันต์สายพระป่าอีกรูป ท่านเป็นลูกศิษย์บวชกับ ท่านพ่อลีธัมมธโร วัดอโสการาม สมุทรปราการ) ท่านจะพาสวดมนต์แผ่เมตตาหลวงหรือเมตตาเจโตวิมุตติ เทศนาสอนให้เกิดปัญญาปลงใจพร้อมแทรกกรรมฐาน และ นั่งสมาธิตามวันและเวลาข้างต้นครับ

- แต่หากจะสวดเองให้ทำดังนี้คือ
ก. สวดมนต์ก็ต้องสวดบูชาพระรัตนตรัยก่อน สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณก่อน แล้วแผ่เมตตาดังนี้
ข. คุณน้อมเอาใจที่ไม่มี ราคะ ไม่มีความเศร้าใจ ขัดเคือง ไม่มีความหลงอยู่ในอาการทั้ง 2 ข้างต้นนี้ ทำจิตให้ยินดีผ่องใส ไม่อยาก ไม่แสวงหา ไม่กำหนัดกระสัน ให้รู้ว่าเป็นสิ่งดีต่อเขาเป็นหน้าที่ของเราที่ควรมีให้แก่บริวาร ละความเศร้าโศรก ร่ำไร รำพันนั้นทิ้งไปเสีย เพราะมันหาประโยชน์สุขไรๆแก่คุณและน้องคุณไม่ได้นอกจากทุกข์ คุณเสียใจร้องไห้หรือไม่เสียใจเขาก็ตายไปแล้วไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้ว ดังนี้แล้วสิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือละความเสียใจนั้นทิ้งไปเสีย น้อมเอาสิ่งดีๆเป็นที่ตั้งแห่งจิตแผ่เอาไปให้เขาจึงจะดี มีความรู้กายรู้ใจไม่หลงในความอยากแสวงหากระสันที่จะให้เป็นไปแบบนั้นแบบนี้ ไม่หลงไปตามความเสียใจทำจิตให้ผ่องใส่ควรแก่แผ่เมตตาสุขไปให้เขา
ค. เมื่อจิตผ่องใสแล้วก็แผ่เอาความสุขนั้นแหละไปให้เขา
      - พึงทำไว้ในใจถึงน้องคุณ แล้วหน่วงนึกตรึกไปว่าไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด ในภพภูมิใดๆก็ตาม ขอให้ความสุขดีงามจงเกิดมีขึ้นแก่เขา น้อมสละบุญบารมีที่ตนสะสมมามีอยู่นี้ ไปสู่เขาแบบเจาะจง ให้เขาได้รับสุขนั้น ให้เขาเป็นสุข ไปเกิดในภพภูมิที่ดี หลุดพ้นจากความทุกข์เร่าร้อนทั้งปวง
      - พึงทำไว้ในใจว่าเพราะยึดกายนี้ไว้อยู่จึงทุกข์ ทุกข์จากโรงที่ประชุมกาย ทุกข์จากความเสื่อมไปแห่งกาย ทุกข์จากความตายของกาย ทุกข์จากความไม่มีตัวตนของกาย แล้วเพิกถอนจิตออกจากกายไม่เกาะยึดด้วยกายอีก แล้วหน่วงนึกหน่วงนึกตรึกตรองถึงความว่างอันไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีประมาณ เหมือนความมืดที่เราหลับตานั้น มองไปก็ว่างมืดไปหมด ว่างกว้างเหมือนท้องฟ้ายามมืดคำ ไม่มีดาว ไม่มีจันทร์ ภาพห้วงจักรวาลที่กว้างไกลสุดตา ที่ว่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น แล้วตั้งจิตเอาความว่างจากทุกข์อันไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีประมาณนั้นแหละ แผ่เอาความเป็นผู้ไม่มีทุกข์มากล้ำกรายไปสู่เขา
      - พึงทำไว้ในใจหน่วงนึกตรึกตรองถึงความสุข สุขนี้เกิดขึ้นที่จิตนี้ เพราะได้ตามปารถนา เพราะคงสิ่งอันหวงแหนมีค่ายิ่งไว้ได้ คงไว้ซึ่งสิ่งที่เป็นสุขทั้งปวงอยู่ แล้วเอาจิตจับที่จิตอันเป็นสุข แผ่เอาความสุขสำเร็จและคงไว้ซึ่งสิ่งอันมีค่าที่รักที่หวงแหนยิ่งของเขาไว้อยู่ แผ่ไปสู่เขา
      - พึงทำไว้ในใจหน่วงนึกหน่วงนึกตรึกตรองว่าทุกข์ก็เพราะกาย ทุกข์ก็เพราะใจ เพราะกายใจเข้าไปยึดในสิ่งทั้งปวงที่ไม่เที่ยงแท้ยั่งยืน ไม่มีตัวตนบังคับไม่ได้จึงเป็นทุกข์ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกรรมตามวาระของมันไม่ยึดเอาอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นแล้ว เพราะยึดใจไว้ เพราะยึดสิ่งที่จิตรู้จึงเป็นทุกข์ เมื่อไม่ยึดสิ่งไรๆในโลกก็ย่อมไม่มีสิ่งให้เป็นทุกข์ แล้วก็แผ่เอาความไม่ยึดเอาสิ่งไรๆทั้งปวงนั้นแหละแผ่ไปให้เขา



ตอบข้อที่ 2 และ 3.
อันนี้ผมไม่รู้อะครับผมไม่ถึง ต้องไปถามผู้มีญาณหยั่งรู้การจุติของสัตว์โลก ถ้าไปถามคนธรรมดาแม้พระโสดาบันก็ตามท่านเห็นแค่แสงเท่าหิ่งห้อยเท่านั้น ต้องไปถามพระอรหันต์ ท่านจึงจะตอบได้ตรงแน่นอน แต่หากไปถามอย่างนี้ท่านก็คงจะตอบอยู่บ้างเล็กน้อย หรือน่าจะด่ากลับมาว่า พ่อแม่ที่บ้านเราดูแลดีหรือยัง ทำให้ท่านสุขสบายแล้วหรือยัง ทำบุญกับพ่อแม่แล้วหรือยัง พาพ่อแม่เจริญ ศีล ทาน ภาวนาแล้วหรือยัง พาพ่อแม่ไปทำสังฆทาน ทำบุญแล้วหรือยัง นั่นคือคนที่ให้ร่างกายเรามา บอกโลกแก่เรา ไม่มีพ่อแม่ดวงจิตคุณก็ไม่มีที่เกิดมาเป็นคน อดหลับ อดนอน อดข้าว คอยดูแลให้ข้าว ให้น้ำ เช็ดขี้ เช็ดเยี่ยวให้ตั้งแต่เกิด ท่านมีคุณมากหาประมาณมิใดเป็นผู้ที่ควรกราบไว้บูชาเหมือนพระรัตนตรัย หากเรากตัญญูกตเวทีต่อเพราะแม่ไม่ได้ ก็ไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้หรอก ทำไปก็ไม่เจริญ แค่ทำดีกับพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูตนมาแค่นี้ยังไม่ได้จะไปทำไปเอาอะไรได้อีกในชาตินี้(อันนี้คำสอนหลวงปู่ที่ท่านเคยเทศนาสอนไว้นะครับ ให้รู้จักคุณพ่อแม่และกตัญญูกตเวทีต่อท่าน)



ตอบข้อที่ 4.
ใส่ใจเราลงไป สิ่งใดที่เรากิน เราใช้ เราเห็นว่าดีมีคุณค่าต่อเรา หรือยิ่งกว่าเรา ก็ให้เราเอาสิ่งเหล่านั้นแหละใส่บาตรถวายสังฆทานให้พระท่าน ด้วยหวังให้พระได้รับประโยชน์สุขจากสิ่งที่เราให้นั้นแหละ เสร็จแล้วค่อยหน่วงนึกตรึกถึงบุญบารมีจากสิ่งที่ทำนั้น ที่ก่อประโยชน์สุขแก่พระหรือผู้อื่นนั้น จนเป็นที่สบายกายใจเราจากบุญนั้น แล้วแผ่เอาบุญนั้นแหละไปให้น้องคุณ




ส่วนตัวผม วันเกิดผม 8 มิถุยายน ที่ผ่านมานี้ ผมไปหาพระอรหันต์ ไปหาครูผมทำบุญ เขียนใบปวารณาบุญถวายท่าน โดยหน่วงนึกถึงบุญใดที่ผมทำอยู่ ณ ตอนนี้ และ บุญบารมีใดๆทั้งปวงที่ผมได้ทำสะสมมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงชาติปัจจุบันและที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ ผมขอเอาบุญนั้นทั้งหมดทั้งปวงยกให้เตี่ยและแม่ผมทั้งหมด ขอให้ท่านได้รับผลบุญนั้น เตี่ยผมตายแล้วก็ขอให้รพะยายมราช ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ พระอินทร์ พระสยามเทวาธิราชเจ้า นำข่าวสารนี้ไปบอกให้ท่านรู้ให้ท่านได้มาอนุโมทนาเอาบุญนี้ ขอคุณแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แผ่ฉัพพรรณรังสีนำทางท่านให้มาอนุโมทนาเอาบุญนี้ และ แม่ผมยังมีชีวิตอยู่ด้วยเดชด้วยคุณแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ขอจงดลบรรดาลให้แม่ผมอยู่เป็นสุขสบายกายใจไม่มีทุกข์ปราศจากโรค ภัย และ อันตรายใดๆทั้งปวง

สุดท้ายนี้วันเกิดคุณก็ขอให้คุณเจริญด้วย อายุ(อายุยืน ไม่มีโรคภัย) วรรณะ(ฐานะ หน้าที่ การงาน หน้าตาในสังคม) สุขะ(สิ่งทั้งปวงที่ทำให้คุณเป็นสุขไม่ว่าจะความสมหวังสมปารถนาได้ตามหวังต้องการ คงไว้ซึ่งสิ่งอันเป็นที่รัก สิ่งที่ทำให้คุณสุขทั้งปวง) พละ(กำลังกาย แห่งสติปัญญา กำลังแห่งกุศลธรรมทั้งปวง พละ ๕)


อายุ วัณณะ สุขะ พละ นี้มีคุณมากครบมูลแล้วดังกล่าวข้างต้นนั้นแหละ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วครับ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2016, 07:40:26 PM โดย เกียรติคุณ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ ตุลาคม 06, 2017, 06:13:55 AM