พฤศจิกายน 18, 2017, 05:49:54 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีนั่งสมาธิ  (อ่าน 527 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Chayjames
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 24
กระทู้: 2
สมาชิก ID: 3116


อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2017, 01:24:18 PM »

Permalink: วิธีนั่งสมาธิ
ผมเป็นคนที่ต้องมีเสียงธรรมชาติถึงจะมีสมาธิ มีวิธีจะฝึกสมาธิแบบใหนบางครับตอนนี้บวชอยู่




บันทึกการเข้า
เกียรติคุณ
ผู้ปฏิบัติธรรม
*****

พลังความดี : 65


เพศ: ชาย
อายุ: 40
กระทู้: 762
สมาชิก ID: 841


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2017, 04:06:38 PM »

Permalink: วิธีนั่งสมาธิ
เสียงธรรมชาติทำให้เรานึกถึงความสงบ เป็นที่สบายกายใจ ไม่ร้อนรุ่ม ร้อนรน เมื่อใจเราน้อมไปในสิ่งนี้ก็เกิดความแช่มชื่น ผ่องใส อิ่มใจ ไม่มีใจติดข้องแวะสิ่งไรๆ ทำให้ใจเราอยู่โดดๆ ในความสงบ ปักลงในความรู้เท่านั้น เมื่อทำปล่อยๆก็ได้ตามนี้จนเกิดเป็นจริตที่เวลาเราทำสมาธิจะต้องนึกถึงสิ่งนี้ ก็เป้นการทำสัญญากับใจไว้นั้นเอง แนวทางมีมาก ทางทีุ่ถูกคือตามครูบาอาจารย์สอน ส่วนที่ผมจะแนะนำก็เป็นสิ่งที่ปุถุชนอย่างผมนั้นพอจะคิดอนุมานเอาได้คือ

วิธีที่ 1. สนองความต้องการของใจ ตามที่สำคัญมั่นหมายเอาไว้ คือ หาเสียงธรรมชาติซึ่งมีมากในอินเตอร์เน็ต มาเปิดฟังแล้วทำสมาธิปิดห้องนั่งฟังเสียงเงียบๆเลาไม่มีคนหรือยามดึก แล้วทำสมาธิไป

วิธีที่ 2. ทำสะสมเหตุ คือ ทำกายใจให้สบายๆ ง่ายๆ ชิวๆ ไม่ตรึงเครียด ไม่หวังกระสันเอาผลจากสมาธิ จะได้ไม่ได้ช่างมัน รู้แค่ว่าเราทำสะสมเหตุภาวนาอบรมจิต ทำถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อบุญบารมีอันไพศาลแก่พ่อแม่บุพการี จากนั้นตั้งใจมั่นปักหลักปักตอไว้ที่ปลายจมูกรู้ลมหายใจเข้าออกไปเรื่อย มันจะหลุดไปที่ใดคิดอะไรอยู่ก็ช่างมัน มันจะดิ่งวูบ หรือวูบวาบๆหูอื้อแต่นิ่งอยู่ก็ช่างมัน มันจจะวูบดูเห็นเข้าแทรกเรื่องราวความคิดใดๆก็ช่างมัน เราคือใจ ใจนี้มีหน้าที่แค่รู้เท่านั้น ไม่มีหน้าสั่ง ไม่มีอะไร ถ้ามันหลุดไปแช่หรือเพ่งดูนิมิตภาพอะไรอยู่ก็แค่มีสติรู้ว่าดูนิมิต รู้ว่าแช่แล้วปล่อยมันไป บางช่วงมันจะเบลอๆวูลลงเหมือนเราไม่มีสติ กำลังจะหมดสติก็ไม่ต้องตกใจปล่อยมันไป แค่จิตมันกำลังจะเข้าไปพัก เราก็แค่ปล่อยมันพัก

วิธีที่ 3. อานาปานสติด้วยพุทโธและการนับ คือ
1. หายใจเข้าบริกรรมพุท หายใจออกบริกรรมโธ นับ 1 แล้วก็หายใจเข้าบริกรรมพุท หายใจออกบริกรรมโธ นับ 2 -3-4-5-6-7-8-9-10.. ไปเรื่อยๆ พุทโธนี้เป็นมูลกรรมฐานในกรรมฐานทั้งปว
2. หากไม่บริกรรมทำแต่รู้ลมหายใจออกและเข้า หรือเข้าแล้วออก นับ 1 -2-3-4-5-7-8-9-10.. ไปเรื่อยๆ จนครบ 108 ครั้ง อานาปานสติเป็นยอดในกรรมฐานทั้งปวง เป็นกรรมฐานของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ และพระอริยะทั้งหลาย พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นผู้มีอานาปานสติเป็นอันมาก คือ รู้ลมหายใจตนอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเราเข้าฌาณทรงฌาณได้จิตมันจะจับอยู่ที่ลมหายใจเสมอๆแทบจะไม่ปล่อยห่างจากลมหายใจเลย

   ถ้ามันหลุดไปแช่หรือเพ่งดูนิมิตภาพอะไรอยู่ก็แค่มีสติรู้ว่าดูนิมิต รู้ว่าแช่แล้วปล่อยมันไป บางช่วงมันจะเบลอๆวูลลงเหมือนเราไม่มีสติ กำลังจะหมดสติก็ไม่ต้องตกใจปล่อยมันไป แค่จิตมันกำลังจะเข้าไปพัก เราก็แค่ปล่อยมันพัก

วิธีที่ 4. สงบนิ่งแบบเด็กๆ คือ สงบนิ่งเหมือนสมัยเด็กที่เรียนแล้วสวดมนต์หน้าเสาธง แล้วจะยืนสงบนิ่ง 1 นาที เราระลึกถึงสมัยเด็กเวลาสงบนิ่ง เราก็ทำความสงบนิ่งไม่คิด ไม่เอาอะไร ทำความสงบใจ จิตนิ่งไม่ไหวไปไหน เงียบ นิ่ง ว่าง ไม่มีอะไรทั้งสิ้น อุบายว่า่ไม่มีใจเข้ายึดครองภายนอกและภายใน ธรรมชาติของจิตเดิมเรานี้มันคือว่าง คือไม่มีอะไร นอกจากนิ่ง รู้ด้วยอาการที่เฉยอยู่เท่านั้น ความสงบนิ่งว่างมีมากในใจ ตั้งเอาสิ่งนั้นเป็นอารมณ์ ถ้ามันหลุดไปแช่หรือเพ่งดูนิมิตภาพอะไรอยู่ก็แค่มีสติรู้ว่าดูนิมิต รู้ว่าแช่แล้วปล่อยมันไป บางช่วงมันจะเบลอๆวูลลงเหมือนเราไม่มีสติ กำลังจะหมดสติก็ไม่ต้องตกใจปล่อยมันไป แค่จิตมันกำลังจะเข้าไปพัก เราก็แค่ปล่อยมันพัก

วิธีที่ 5. ของจริงต่างหากจากสมมติ คือ จิตรู้สิ่งใดสิ่งนั้นคือสมมติทั้งหมด เวลาทำสมาธิ ทำอะไร มันมักจะคิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ไปเรื่อย ก็ให้รู้ว่าสิ่งนั้นคือสมมติความคิด ไม่ใช่ของจริง ไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ของแท้ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้คือลมหายใจเข้า ลมหายใจออกเท่านั้น เป็นธาตุลมในกายเรานี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกาย เป็นสิ่งที่พยุงกายให้ดำรงอยู่ หากไม่มีลมหายใจเราก็ตาย ดังนั้นการรู้ลมหายใจนี้แลคือรู้ของจริงใน ธาตุ ๔ อันเป็นกายสังขาร
 ถ้ามันหลุดไปแช่หรือเพ่งดูนิมิตภาพอะไรอยู่ก็แค่มีสติรู้ว่าดูนิมิต รู้ว่าแช่แล้วปล่อยมันไป บางช่วงมันจะเบลอๆวูลลงเหมือนเราไม่มีสติ กำลังจะหมดสติ ดิ่งลงนิ่งแช่ไม่ขยับอะไรก็ไม่ต้องตกใจปล่อยมันไป แค่จิตมันกำลังจะเข้าไปพัก เราก็แค่ปล่อยมันพัก

พระอรหันต์ท่านจะสอนเสมอๆว่า "อย่าทิ้งพุทโธ อย่าทิ้งลมหายใจ"

วิธีที่ 6. สอบถามพระอุปัชฌาย์ เพราะท่านบวชให้เรา พระอุปัชฌาย์ท่านก็ต้องมีกรรมฐานเป็นอันมาก ให้ถามครู


(จิตเรานี้มันเสพย์ยึดเอาทุกสิ่งที่มรากระทบจนไม่มีเวลาได้พัดแแม้แต่เสี้ยววินาที ซึ่งสมาธิมีอานิสงส์ คือ จะทำให้จิตเป็นกุศล ฉลาดในการปล่อยวาง มีกำลังอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะไม่เพื่อมกวัดแกว่งไปตามกิเลสเครื่องล่อใจทั้งปวง ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า กรรมฐาน 40 มีไว้ให้จิตได้พัก ด้วยประการดังนี้

เมื่อบวชแล้วก็ทิ้งเสียการต่อเล่นเน็ตเพราะสุ่มเสี่ยงการเห็นรูปสาวๆเปลือยๆกาย สวยๆ จนเกิดกำหนัด แล้วแกล้งให้น้ำอสุจิเคลื่อน อาบัติสังฆาทิเสสนี้ทำให้ปิดกั้นสมาธิไม่สามารถทำสมาธิได้ จิตจะฟุ้งซ่านตลอดเวลาสงบไม่ได้ ต้องอยู่ปริวาสกรรมแล้วสึกออกเป็นฆราวาส ดังนั้นกระทู้ที่ผมตอบนี้น่าจะครอบคลุมแก่ท่านนะครับ)


บันทึกการเข้า
Chayjames
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 0


เพศ: ชาย
อายุ: 24
กระทู้: 2
สมาชิก ID: 3116


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2017, 04:46:25 PM »

Permalink: วิธีนั่งสมาธิ
ขอบคุณครับผมเริ่มที่จะกระจ่างแล้วอธิบายได้เข้าใจง่ายมากครับผมเฝ้าถามใคนต่อใครอยู่ตลอดเรื่องการทำสมาธิแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบที่ลึกแล้วเป็นจริงเท่านี้มาก่อนขอบคุณมากครับผม สาธุครับ
บันทึกการเข้า
มุ่ยซัน
เด็กใหม่
*****

พลังความดี : 3


เพศ: หญิง
อายุ: 35
กระทู้: 73
สมาชิก ID: 447


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 08, 2017, 07:28:01 PM »

Permalink: วิธีนั่งสมาธิ
เสียงกระทบหู ดูกระทบตา กลิ่นกระทบจมูก ลิ้นกระทบรส กายกระทบกับสัมผัส ใจกระทบกับความรู้สึก ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีต้น กลาง สุด จะกระทบหนอๆ จะเห็นหนอๆ จะดีใจ จะเสียใจ จะสุข จะทุกข์ จะกลัวหนอๆ ก็เป็นสมาธิขั้นสูง เรียกว่า วิปัสสนาญาณ เอาสมาธิชั่วขณะปัจจุบันที่นี่ เดี๋ยวนี้ และทันที จะเป็นสิ่งที่วิเศษณ์สุด พิสูจน์ได้ดั่งใจ หายโง่ได้ทุกเรื่อง จะคิดหนอๆ ก็ไม่อยากได้อะไรเลยสักอย่าง แต่กลับได้ทุกอย่างที่เป็นความดีอย่างน่าภาคภูมิใจ

สายสืบนิสัยศาสตร์ ส่งเสริมความดีทุกสถานการณ์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ พฤศจิกายน 16, 2017, 11:45:16 AM