ตุลาคม 17, 2017, 09:49:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ศีล...ฯ  (อ่าน 1386 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 04:42:02 PM »

Permalink: ศีล...ฯ
ศีล...ฯ

ศีล....คำสอนของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

จะเป็นศีลถึงจิตใจนั้น จะต้องทำจิตใจให้สงบ ซึ่งจะต้องอาศัย
ความคอยสำรวมใจอยู่ด้วย... คือ จะต้องมีความสำรวม ต้อง
มีความระมัดระวังใจ ไม่ให้เกิดอกุศลเจตนาออกไป...

แม้เวลาอื่นอาจจะรักษาความปกติเรียบร้อยของจิตใจไว้ไม่ได้
อันเกี่ยวด้วยธุรกิจที่จะต้องประกอบกระทำต่างๆ แต่ในเวลา
ปฏิบัติ เช่น...เวลาจะนั่งสมาธิ ก็ให้ตั้งใจให้มีวิรัติเจตนา คือ..
ตั้งใจจะงดเว้นขึ้นว่า จะไม่ประพฤติล่วงละเมิดในศีล ๕ โดยเฉพาะ
ก็ในเวลานี้

อันศีลนั้น จะต้องมีภาคเป็นพื้น...'เหมือนอย่างเป็นแผ่นดิน'
ซึ่งจะต้องมีหรือจำเป็นที่จะต้องมี...'สมาธิและปัญญา' จึงจะตั้ง
ขึ้นมาได้...ท่านจึงเปรียบศีลเหมือนแผ่นดินอันเป็นที่ตั้ง ที่ยืน
ของสรรพสิ่งและของบุคคลทั้งหลาย ฉันใดก็ดี กุศลธรรมทั้งหลาย
เมื่อมีศีลเป็นที่ตั้ง จึงบังเกิดและเจริญขึ้นได้...

ศีล....คำสอนของ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
ศีล คือ รักษากาย รักษาวาจา รักษาใจของเราให้มันสงบ
เรียบร้อย เราไม่ทำโทษน้อยโทษใหญ่ ทั้งทางกาย ทางวาจา
ทางใจ แล้วเกิดมาอีก เราก็ไม่เป็นคนพิกลพิการ เกิดมาก็กาย
บริบูรณ์ วาจาก็บริบูรณ์ เราต้องการอย่างนี้ เรารักษาศีลไม่ใช่อื่น
เรารักษากาย วาจา ใจ รักษาเพื่อให้ตัวเราได้พ้นจากความตกทุกข์
ได้ยาก ให้ตัวเราไม่พิกลพิการ ใจเราไม่พิกลพิการ รักษาตรงนี้
แหละ นี้เป็นทางออกที่จะเป็นหนทางที่จะออกจากทุกข์ได้ ให้พา
กันทำตรงนี้

ศีล ไม่ใช่อื่น คือตัวของเราเองเป็นตัวศีล สำรวมกายวาจาใจ
ของเราให้เรียบร้อย...'ศีลอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่อยู่ตรงอื่น' ไม่ใช่ศีล
อยู่กับพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ศีลอยู่กับพระ ...'ศีลอยู่กับตัวเรา' ผู้ที่
สำรวมตัวให้เรียบร้อย ไม่ทำผิดน้อยใหญ่ ทำกายวาจาใจให้
เรียบร้อย ไม่เป็นโทษ ไม่เป็นภัย เมื่อยืนก็เป็นศีล เดินก็เป็นศีล
นั่งนอนก็เป็นศีล ไปไหนก็เป็นศีล...

ศีล....คำสอนของ พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฏ์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
ศีล ๕ นี้ เมื่อเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรมแล้ว รักษาง่ายนิดเดียว
เพราะศีล ๕ พระพุทธเจ้า พระองค์ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว เมื่องด
เว้นจากการทำชั่วแล้ว ก็เป็นอันว่ารักษาศีลเท่่านั้นเอง บาปกรรม
ความชั่วทั้งหมด ที่ประมวลกันอยู่ในโลก ท่านประมวลไว้รวมกัน
อยู่มีศีล ๕ ข้อเท่านั้นเอง ใครจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ก็มารวมกันอยู่
ใน ๕ ข้อนี้ทั้งนั้น

....ท่านว่ารักษาศีล ก็รักษาที่กาย วาจา ใจ ในทางธรรมพระพุทธเจ้า
ก็เทศนาว่า..."ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจถึงก่อน สำเร็จแล้ว
ด้วยใจ"....พระพุทธองค์ ยังทรงเทศนาให้พระผู้อยากจะสึกว่า...
"อย่าสึกเลย ถ้าพระวินัยมันมากนัก เธอจงรักษา แต่ใจอันเดียวเถิด"
...เรารักษาศีล (ต้องรักษาใจ) ถ้าทิ้งใจเสีย จะรักษาศีลได้อย่างไร ??

~น.ท. น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์~
ขอนอบน้อมแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์...ฯ




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ มิถุนายน 24, 2017, 04:02:27 AM