กันยายน 20, 2017, 02:36:59 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วินัยและศีลคือการนำความชั่วออก  (อ่าน 1257 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 20, 2010, 02:34:09 PM »

Permalink: วินัยและศีลคือการนำความชั่วออก
วินัยและศีลคือการนำความชั่วออก


อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ให้พิจารณาเรื่องของสังขารเขาปรุงเขาแต่ง เขาเกิด เขาดับ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปๆ ถ้ามีสติอยู่ก็นำออกมาเสีย วินัยก็คือการนำความชั่ว ที่เกิดทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ นี้แหละ ให้หมด

รูป มาทางตา เป็นหญิงก็ตาม เป็นชายก็ตาม รูปมีวิญญาณก็ดี ไม่มีวิญญาณก็ดี นำออกในปัจจุบัน จาโคปฏินิสฺสคฺโค ละคืนเสีย เขามาด่ามาว่าก็ดี เขาด่าว่า บ้าก็ตาม ห่าก็ตาม ก็ชั่งเขา เป็นของภายนอก ของเราก็มีเต็มอยู่ในท้องในไส้ สละคืนให้มันหมด ของเราก็มีอยู่เต็มตัวความไม่ดี

นำออกในปัจจุบันนี้ ความไม่พอใจที่เกิดทางหูก็ตามทางตาก็ตาม ให้นำออกเสีย ความไม่พอใจนั่นแหละทำให้เราเดือดร้อน อาศัยความพากความเพียรนั่นแหละ ในการละการวาง อตีตา ธรรมเมา อนาคตา ธรรมเมา อดีตอนาคต มันพาให้เป็น อดีตมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ อนาคตมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ ปัจจุบันมันก็เกิดขึ้นนี้แหละ

ทั้งอดีตทั้งอนาคตก็นำออกให้หมด ทุกขสัจจ มันก็เกิดขึ้นทับรูปกายของเรานี้ เจ็บแข้ง เจ็บขา เจ็บหลัง เจ็บเอว กำหนดเข้า ให้รู้เท่าสังขารที่มันปรุงมันแต่ง มันเกิดมันดับเป็น อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา มันเกิดอยู่นี่แหละ ทุกขสัจจมันก็เกิดอยู่นี่แหละ

สัมมากัมมันโต การงานของกาย เป็นอริยมรรคสัมมาวาจา สาวเข้ามาหาที่สุด ทุกขสัจจมันก็เกิดอยู่ที่นี่

ความหลงความโกรธนี้มันเป็นมูลรากของกิเลสพันห้าตัณหาร้อยแปด เกิดความพอใจก็เพราะตัณหา เกิดความไม่พอใจก็เพราะตัณหา ความทุกข์เกิดขึ้นก็เพราะตัณหานี้แหละ

อดีตที่ล่วงมาแล้วไปกาลนาน จิตมันเอาอารมณ์อันนั้นแหละมาคิด ตัดอดีตอนาคตเสีย เอาอารมณ์ปัจจุบัน ให้จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน

ศีล ๕ ก็ตาม ศีล ๘ ก็ตาม ศีล ๑๐ ก็ตาม ท่านบัญญัติลงในกายนี้ บัญญัติลงในใจนี้ ให้มันรู้อยู่ในใจนี้ ใจนี้เป็นตัวเหตุ

ธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ นำทุกข์ให้เสวยก็ตัวเหตุนี้แหละ ให้กำหนดรู้เท่าเหตุ เหตุดับแล้วตัณหามันก็ดับไป

อดีตนี้สำคัญมันมาแต่ดึงดำบรรพ์ อดีตนี้ท่านหมายเอาทั้งกุศลและอกุศลทั้งหมด เมื่อจิตคิดขึ้นมาแล้ว มันก็ไปยึดไปถือเอาสิ่งนี้บ้าง สิ่งนั้นบ้าง ยึดไปยึดมาก็เดือดร้อนเจ้าของเองนั่นแหละ เดือดร้อนใจมันจะไปเดือดร้อนที่ไหน ใจนี้แหละเป็นตัวเหตุ
 
 
 
 

 
 
กำหนดทุกข์เข้าๆให้รู้เท่าถึงสภาพของเหตุแล้ว อย่านำเอามาหมักไว้ในจิตในใจพยายามสลัดออก สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายอะไรก็เอาเข้ามาไว้ในใจมันเดือดร้อน

ละอยู่ที่ใจนี่ วางอยู่ทีใจนี้ ละ วาง รู้ อยู่ที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย อารมณ์ทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หรือกามารมณ์ทั้ง ๕ มันก็ไหลออกไปจากนี้แหละ

ให้รู้เท่าทันว่าเราจะตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในธรรม จะทำกิจของตน จะทำจิตของตนให้มันสงบ พิจารณาอยู่อย่างนี้ อดีตที่เป็นส่วนดีก็ตาม เป็นส่วนชั่วก็ตาม มันก็ผ่านไปแล้ว เราจะทำจิตของเราไม่ต้องเกี่ยวกับอดีต

อดีต อนาคต มันก็เกิด จากกาย จากใจ ของเรานี้แหละ พยายามอย่าให้มันเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเรากำจัดมันได้เราก็สบาย มีเฉพาะอารมณ์ปัจจุบัน

กำหนดทุกข์รู้เท่าเหตุ เหตุดับแล้วก็สำเร็จ มรรค ผล นิพพาน สำเร็จก็สำเร็จอยู่ในนี้แหละ ไม่ได้สำเร็จที่อื่นหนาสำเร็จที่อยู่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี่แหละ

ความพอใจก็ดี ความไม่พอใจก็ดี มันต้องนำออกจากใจของเรานี้ เหตุไม่ใช่นำออกจากที่อื่น ให้นำออกจากใจของเรานี้ ถ้าใจผิดก็นำความผิดออกจากใจ ไม่พอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีรูปเป็นต้น มันก็เกิดขึ้นจากใจนี้แหละ เอาศีลนี้แหละนำออกจากใจ

อดีตส่วนดีก็ดี ส่วนไม่ดีก็ดี มันก็นำเอามาคิด อันนี้สำคัญ ถ้าเราทันมันแล้วมันก็จะดับไปหมด

รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส กามารมณ์ ปล่อยให้เขาผ่านไปผ่านมา ดีก็ตามไม่ดีก็ตาม มันมีอยู่ประจำโลกอยู่อย่างนั้นแหละ

นำออกจากใจเสีย ให้มันผ่องใสสว่างรู้เท่าทันเหตุดับไปมันก็รู้แจ้งมรรค รู้แจ้งก็รู้แจ้งอยู่ภายในนี้แหละ จะไปรู้แจ้งที่ไหน รู้แจ้งอันนี้หมดแล้ว ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ มันก็แล้วหมด รู้อย่างอื่นไม่ชื่อว่ารู้หมดรู้ทั่ว ต้องรู้จักตนเอง กายใจของตนเองนี้แหละรูปอย่างอื่นที่มีอยู่ก็เป็นอย่างเดียวกับกายนี้ รู้ความจริงอันเป็นสัจจธรรมแล้ว ความทุกข์ ความเดือดร้อนก็ไม่มี อันนี้ก็คือที่สุด

พวกนั้นไม่มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะไม่มีสมมติต้นไม้เถาวัลย์ก็ตามมีอยู่เฉพาะที่เรานี้ ที่เราสมมติเอา เราอย่าไปยึดเอาถือเอา วาง ละ ให้มันหมด

ความชั่วที่เกิดทางใจ เราก็นำออกจากใจ เอาศีลคือ แขนสอง ขาสอง หัวหนึ่ง นี้แหละนำออกได้แก่การสำรวมระวังไม่ละเมิดแม้โทษเพียงเล็กน้อย

รู้จักที่เกิดของธรรม ที่ดับของธรรมแล้ว ก็ใช้ได้ต้องตัดอดีต อนาคต ให้เหลือปัจจุบันนี้ ร้ายก็ตามดีก็ตาม ส่วนมากมี กามตัณหา เป็นตัวนำ ภวตัณหา ก็ดี วิภวตัณหา ก็ดี ทั้งสามนี้เป็นตัวทำให้สัตว์โลกหมุนตัวเป็นเกลียว ทั้งความพอใจ ทั้งความไม่พอใจ

ถ้าเกิดขึ้นก็ให้นำออกเสีย นำออกจากจิตจากใจของเรานี้แหละ ไม่รัก ไม่ชัง ก็ใช้ได้





ขอบคุณบทความจาก ธรรมะเสวนา
 
 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ มิถุนายน 09, 2017, 05:21:53 PM