เมษายน 29, 2017, 04:57:57 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าสวด -ท่องบทสวดมนต์ผิด...บาปหรือไม่???  (อ่าน 9541 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 09:12:43 PM »

Permalink: ถ้าสวด -ท่องบทสวดมนต์ผิด...บาปหรือไม่???
ถ้าสวด -ท่องบทสวดมนต์ผิด...บาปหรือไม่??? 
 
 
 
ถ้าสวด -ท่องบทสวดมนต์ผิด...บาปหรือไม่???


ในประเด็นคำถามที่ว่า....

การที่เราสวดมนต์หรือท่องคาถาต่างๆ
แล้วท่องผิดหรืออ่านคำบาลีไม่ถูกต้อง จะมีผลอย่างไร ?
แล้วเราจะได้รับตามวัตถุประสงค์ของคาถานั้นหรือไม่ ?

การสวดมนต์เป็นสิ่งที่ดี
>>>...คือทำให้ใจของผู้สวดเป็นสมาธิ
>>>...จิตผ่องใส มั่นคงมากขึ้น
>>>...ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่เราจะลืมเสียไม่ได้
>>>...ก็คือ ช่วยอนุรักษ์คำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้

เพราะฉะนั้นในแต่ละวันการสวดมนต์โดยเปล่งเสียงออกมาจากลึกภายในใจ
(หรือลองหาบทสวดมนต์บทต่าง ๆ มาฟัง แล้วเราเครียด กลุ้มใจ ไม่สบายใจ)
การได้ฟัง ได้สวดบทมนต์นั้น ๆ ก็สามารถให้จิตใจเราผ่องใส เบาสบาย
ได้เป็นอย่างดียิ่ง (อาตมาได้ปฏิบัติดู ได้ผลจริง ๆ)

ฟังเพลง ดูหนังดูละคร บางครั้งก็ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกบ้าง
แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากับการได้สวดหรือฟังบทสวดมนต์
เพราะการสวดและการฟังได้บุญด้วย

สำหรับเวลาสวดมนต์ต่างวัดต่าง ๆ
ก็จะมีกำหนดเวลาแน่นอน เป็นกิจวัตรของสงฆ์

เช่น การทำวัตรเช้า ในเวลา ๐๕.๐๐ น. หรือเวลา ๐๘.๐๐ น.
การทำวัตรเย็น ในเวลา ๑๘.๐๐ น. หรือเวลา ๑๗.๐๐ น.

>>>...ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาของการบริหารออกกำลังภายในกาย
>>>...ที่จะทำให้ช่วยบริหารระบบภายในได้อย่างดี
>>>...จะได้ว่า...ส่วนใหญ่พระสงฆ์จะมีสุขภาพจิตดี
>>>...เพราะได้ปฏิบัติตามหลักที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้

ที่พวกเราได้มีหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาศึกษากันอยู่ตราบทุกวันนี้
ก็เพราะการสวดมนต์ของพระสมัยรุ่นแรก ๆ

เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีการบันทึกเป็นหนังสือหรือตำราอย่างเช่นสมัยนี้
พระสมัยนั้น ท่านจึงต้องเรียนวินัย ข้อห้าม คำสอน
และเรื่องราวต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้
ด้วยการท่องจำ ที่เรารู้จักกันว่า “มุขปาฐะ”
คือ..ท่องจำโดยปากเปล่าอย่างขึ้นใจ นั่นเอง

นี่จึงเป็นผลดีของการสวดมนต์
ขณะที่สวด ใจของผู้สวดเป็นสมาธิ
>>>...ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน
>>>...ทำจิตใจให้สดชื่นเบิกบาน
>>>...คลายความเครียดกังวลต่าง ๆ ลงได้
>>>>...สุขภาพจิตดีและยังสามารถลดอาการป่วยหรือโรคภัยบางอย่างได้

สาเหตุเพราะว่า...
การสวดมนต์เป็นผลดีแก่ระบบของอวัยวะภายในร่างกายเรา
เป็นการสัมพันธ์กันระหว่างการหายใจ การออกเสียงสั้น-ยาว เป็นจังหวะ
>>>...หากเราสังเกตเวลาที่พระสวด
>>>...แต่ละบทจะมีทำนองแตกต่างกัน
>>>...บางครั้งช้า บางครั้งเร็ว
>>>...ซึ่งเป็นการออกกำลังบริหารอวัยวะภายในได้อย่างวิเศษที่สุด
>>>...ที่พระพุทธเจ้าของเราค้นพบวิธีนี้เป็นบุคคลแรก

ส่วนการสวดผิด ท่องคำผิดนั้น
มีวิธีแก้ไข คือ
>>>...แรก ๆ ให้อ่านช้า ๆ อย่างถูกต้องก่อน
>>>...ให้ชำนาญ ให้คล่องปาก
>>>...และใส่ใจในการสวด มีสติกับการสวด
>>>...หากไม่มั่นใจในคำสวดนั้น
>>>...ก็ถามผู้รู้...ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้..

สำหรับผู้ที่ยังสวดหรือท่องยังไม่ได้ ไม่คล่องปาก
ก็ใช้วิธีดูหนังสือบทสวดก่อน ก็ไม่ผิดอะไร
การดูหนังสือบทสวดมนต์ในขณะสวด
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีจิตใจจดจ่อเป็นสมาธิในบทสวดมนต์
และถ้าได้รู้ความหมาย แบบสวดมนต์แปลด้วย
ยิ่งทำให้เราซาบซึ้งในอรรถรสทางภาษา
และพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณของพระรัตนตรัยเป็นอย่างดีด้วย

ส่วนการสวดมนต์/ท่องคาถาอย่างถูกต้อง
และคล่องปาก ขึ้นใจ เป็นสมาธิ
จิตแน่วแน่ จะทำให้เกิดผลดีต่อผู้สวดอย่างแน่นอน
>>>...และถ้าเราปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนด้วย
>>>...มีสติ ไม่ประมาท
>>>...ก็จะทำให้มีอานุภาพเป็นอย่างดี

การสวดมนต์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย
เพื่ออ้อนวอน ขอพร โดยที่ไม่ได้ลงแรง ลงมือทำ
>>>...แต่การสวดมนต์จุดมุ่งหมาย คือ
>>>...เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย
>>>...และน้อมนำหลักธรรมคำสอนมาปฏิบัติต่างหาก
>>>...และทำจิตใจของตนเองให้เป็นสมาธิ
>>>...จิตแน่วแน่...อย่างแท้จริง
>>>...นั้นคือ จุดมุ่งหมายของการสวดมนต์อย่างแท้จริง

ส่วนผลจะเกิดอย่างไรนั้น...
สิ่งที่ได้ทันที หรือทันตาเห็น
หรือที่เรียกว่า ได้รับอานิสงส์จากการสวดมนต์ คือ
๑. ได้กล่าวภาษิตเป็นมงคล
๒. ได้ผลพัฒนาความจำ
๓. ได้ทำสติเจริญยิ่ง
๔. ได้จิตนิ่งเป็นสมาธิ
๕. ได้ผลิปัญญารู้เห็น
๖. ได้บำเพ็ญกุศลที่ถูกต้อง
๗. ไล่ความขี้เกียจ
๘. ตัดความเห็นแก่ตัว
๙. ได้เฝ้าพระพุทธเจ้า

ที่มา : สรรพธรรมนำสรรพากร..ธรรมะสวัสดี ฉบับที่ ๑๑๒





ขอบคุณบทความจาก ธรรมะ
 
 




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ เมษายน 26, 2017, 12:40:51 PM