กันยายน 23, 2017, 12:38:01 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูดวงออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผลของกรรมขึ้นอยู่กับการกระทำ  (อ่าน 2990 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 06:17:43 PM »

Permalink: ผลของกรรมขึ้นอยู่กับการกระทำ
ผลของกรรมขึ้นอยู่กับการกระทำ

สมัยหนึ่ง...พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกอัมพวัน
ใกล้เมืองนาลันทา
ครั้งนั้นแล นายบ้านนามว่า อสิพันธนกบุตร. เข้าไปเฝ้าพระ
ผู้มรพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง
ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิมีคณโฑน้ำ
ติดตัว ประดับพวงมาลัยสาหร่าย อาบน้ำทุกเช้าเย็นบำเรอไฟ
พราหมณ์เหล่านั้น เชื่อว่ายังสัตว์ที่ตาย ทำกาละแล้วให้เป็นขึ้น
ให้รู้ชอบชวนให้เข้าสวรรค์
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้า สามารถกระทำให้สัตว์โลกทั้งหมด เมื่อตายไปแล้ว
พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ได้หรือ?"

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า...
"คามณี! ถ้าอย่างนั้น เราจักย้อนถามท่านในข้อนี้ปัญหาควรแก่
ท่านด้วยประการใด ท่านพึงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นด้วยประการ
นั้น ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? บุรุษโลกนี้ ฆ่าสัตว์
ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ
พูดเพ้อเจ้อ มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาท และมีความเห็น
ผิด หมู่มหาชนมาประชุมกันแล้ว พึงสวดวิงวอน สรรเสริญ ประ
นมมือเดินเวียนรอบผู้นั้นว่า...'ขอบุรุษนี้เมื่อตายไปแล้วจงเข้าถึง
สุคติโลกสวรรค์(เถิด)'
ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? บุรุษนั้นเมื่อตายไปแล้วพึง
เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะเหตุแห่งการสวดวิงวอน เพราะเหตุ
แห่งการสรรเสริญ หรือเพราะเหตุแห่งการประนมมือเดินเวียนรอบ
ดังนี้หรือ?"

นายบ้านทูลตอบว่า
"ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า"
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
"คามณี! เปรียบเหมือนบุรุษโยนหินก้อนหนาใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก
หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน แล้วสวดวิงวอน สรรเสริญ ประนมมือ
เดินเวียนรอบหินนั้นว่า...'ขอจงโผล่ขึ้นมาเถิดท่านก้อนหิน ท่าน
ก้อนหิน ขอจงขึ้นบกเถิดท่านก้อนหิน'...ท่านจะสำคัญความข้อนั้น
เป็นไฉน? ก้อนหินนั้นพึงโผล่ขึ้น พึงลอยขึ้น หรือพึงขึ้นบก เพราะ
เหตุแห่งการวิงวอนสรรเสริญ หรือประนมมือเดินเวียนรอบของหมู่
มหาชนบ้างหรือ?"

นายบ้านทูลตอบว่า
"ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า"
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
"คามณี! คนนั้นเหมือนกัน บุรุษ(สตรี)คนใดฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาทและมีความเห็นผิด หมูามหาชน
พึงมาประชุมกัน แล้วสวดวิงวอน สรรเสริญ ประนมมือเดินเวียน
รอบบุรุษ(สตรี)นั้นว่า...'ขอบุรุษ(สตรี)นี้เมื่อตายไปแล้ว จงเข้าถึง
สุคติโลกสวรรค์' ก็จริง แต่บุรุษ(สุคิริน)นั้นเมื่อตายแล้ว พึงเข้าถึง
อบาย ทุคติ วินิบาตนรก...
คามณี! ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? บุรุษ(สตรี)ในโลกนี้
เว้นขาดปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุ
ณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ ไม่มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตไม่
พยาบาท และมีความเห็นชอบ หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน แล้ว
สวดวิงวอน สรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษ(สตรี) นั้นว่า
'ขอบุรุษ(สตรี)นี้เมื่อตายไปแล้ว จงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต
นรก(เถิด)'

ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? บุรุษ(สตรี)นั้น เมื่อตายไป
แล้ว พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะเหตุแห่งการสวด
วิงวอน สรรเสริญ หรือเพราะเหตุแห่งการประนมมือเดินเวียนรอบ
ของหมู่มหาชนบ้างหรือ?"

นายบ้านทูลตอบว่า
"ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า"
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
"คามณี! เปรียบเหมือนบุรุษลงไปยังห้วงน้ำลึก แล้วพึงทุบหม้อ
เนยใสหรือหม้อน้ำมัน ก้อนกรวดหรือก้อนหินที่มีอยู่ในหม้อนั้น
พึงจมลง เนยใสหรือน้ำมัน ที่มีอยู่ในหม้อนั้นพึงลอยขึ้น

หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน แล้วสวดวิงวอน สรรเสริญ ประนมมือ
เดินเวียนรอบเนยใส หรือน้ำมันนั้นว่า...'ขอจงจมลงเถิด ท่านเนย
ใสและน้ำมัน ขอจงลงไปภายใต้น้ำเถิด ท่านเนยใสและน้ำมัน'
ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน? เนยใสและน้ำมันนั้นพึงจม
ลงพึงดำลง พึงลงไปอยู่ภายใต้น้ำ เพราะเหตุแห่งการสวดวิงวอน
สรรเสริญ หรือเพราะเหตุแห่งการประนมมือเดินเวียนรอบของหมู่
มหาชนบ้างหรือ?"

นายบ้านทูลตอบว่า
"ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า"
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
"คามณี! ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษ(สตรี)ใด เว้นขาดจากปาณาติบาต
อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา
สัมผัปปลาปะ ไม่มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตไม่พยาบาท และมีความ
เห็นชอบ หมู่มหาชนจะพากันมาประชุม แล้วสวดวิงวอน สรรเสริญ
ประนมมือ เดินเวียนรอบบุรุษ(สตรี)นั้นว่า

'ขอบุรุษ(สตรี)นี้ เมื่อตายไปแล้ว จงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต
นรก' ก็จริงแต่บุรุษ(สตรี)นั้นเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงสุคติโลก
สวรรค์"
ในตอนท้าย นายบ้านอสิพันธกบุตร เกิดความเลื่อมใส ขอถึง
พระรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดชีวิต...ฯ

~ภูมกสูตร ๑๘/๓๔๒...(ในพระไตรปิฎก)~
ขอนอบน้อมแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆฺ




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กรกฎาคม 01, 2017, 08:45:23 AM