กุมภาพันธ์ 25, 2017, 11:18:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปกติภาพ-ปกติสุข  (อ่าน 1172 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 06:12:32 PM »

Permalink: ปกติภาพ-ปกติสุข
ปกติภาพ-ปกติสุข

ศีล....คือ "ปกติภาพ"
ความสุขเกิดจากผู้มีศีล.....คือ "ปกติสุข"

ศีล คือ ปกติภาพ...กล่าวคือความเป็นปกติของคน
เหตุเพราะโดยปกติคนเราก็ไม่ได้ฆ่าใคร ไม่ลักขโมยของใคร จนถึง
ดื่มน้ำเมาก็ยังไม่เป็น ต่อเมื่อเกิด...'โลภ' อยากได้ขึ้นมา บันดาล..'โทสะ'
ขึ้นมา มัวเมา..'หลง' ไหลขึ้นมา จนกระทั่งยับยั้งชั่งใจไม่ได้
จึงกระทำลงไป บางอย่างก็ต้องหัดเช่น การดื่มสุราเมรัย

เมื่อจิตใจยังเป็นปกติอยู่ ยังไม่โลภ-โกรธ-หลง หรือเมื่อโลภ-โกรธ-หลง
สงบลงแล้ว ก็ไม่มีใครทำลงไปได้ ฉะนั้น...'ศีล' จึงเป็นตัวปกติภาพของคน
โดยแท้จริง แต่คนโดยมากมักควบคุมตนเองไว้ไม่ได้ ยั้งใจไว้ไม่อยู่ จึงรักษา
ปกติภาพของตนไว้ไม่ได้...

พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติ...'ศีล' เป็นขอบเขตของความประพฤติไว้ เพื่อ
ช่วยให้คนรักษาปกติภาพของตนไว้นั่นเอง ส่วนที่ต้องรับจากพระนั้น ก็เป็น
เพียงวิธีชักนำอย่างหนึ่ง เพราะโดยตรงศีลนั้นต้องรับจากใจของตนเอง
คือใจของตนเองต้องเกิด...'วิรัติทั้ง 3'ข้อใดข้อหนึ่งนั้น จึงจะเกิดเป็นศีล
ซึ่งวิรัติทั้ง 3 มีดังนี้คือ
1. 'สัมปัตตวิรัติ' ความงดเว้นได้ในทันทีที่เผชิญหน้ากับวัตถุ
2. 'สมาทานวิรัติ' ความเว้นได้ด้วยตั้งใจถือศีลไว้
3. 'สมุจเฉทวิรัติ' ความเว้นได้เด็ดขาดทีเดียว

เมื่อใจมีวิรัติขึ้น ก็มีศีลขึ้นทันที คำว่า...'ใจมีวิรัติ' มิได้หมายความว่าต้อง
คิดว่าเราจะเว้นๆอยู่ทุกวินาที แต่หมายความว่า...'คิดตั้งใจไว้'..จะรับจาก
พระมาตั้งใจไว้ก็ได้ จะตั้งใจด้วยตนเองก็ได้ ในเวลาไหนก็ได้ เมื่อคิดตั้งใจ
ไว้แล้ว จะทำพูดคิดอะไรที่ไม่ผิดข้อห้ามที่ให้เว้นนั้นแล้วก็ได้ทั้งนั้น และจะตื่น
อยู่หรือหลับอยู่ ...'ศีล'ก็มีอยู่ทุกเวลา

ส่วนที่ว่า เป็นข้อห้ามที่ผิดปกติวิสัยนั้น เป็นการกล่าวที่ผิดเพราะศีลเป็นข้อห้าม
เพื่อรักษาปกติภาพของคนดังกล่าวเบื้องต้นมาแล้ว จึงถูกต้องกับปกติวิสัย
อย่างที่สุด ถ้าจะแย้งว่าคนปุถุชนทั่วไปทุกคนก็ล้วนมีโลภ-โกรธ-หลงอยู่ด้วย
กันทั้งสิ้น จึงไม่อาจปฏิบัติได้ ข้อแย้งนี้ถ้าไตร่ตรองคิดพิจารณาดูให้ดีๆ ก็จะเห็น
ว่าแย้งไม่ถูก พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ..'ศีล'ก็เพื่อให้คนปุถุชนนี้แหละรักษา
ถ้าไม่มีคนปุถุชนสามัญดังกล่าวแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่ต้องทรงบัญญัติศีลข้อ
ไหนๆขึ้นเลย และเมื่อใครอยากได้ขึ้นมา โกรธขึ้นมา ก็ทำร้ายเขา ลักของ
เขา เป็นต้นจะอยู่กันได้อย่างไร ?

เช่นนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติ...'ศีล'ขึ้นไว้ควบคุมความประพฤติของคน
ให้อยู่ในขอบเขตที่ดี มิให้เบียดเบียนกันให้เดือดร้อน เป็นการคุ้มครองปกติ
ภาพของทุกๆคน เพื่อได้อยู่ด้วยกันเป็นปกติสุข เมื่อคนรักษาศีลตลอดไปถึง
สัตว์ดิรัจฉาน คือเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ตลอดถึงในสัตว์ดิรัจฉาน ก็ชื่อ
ว่าได้แผ่ความปกติสุข ให้กว้างออกไปถึงในสัตว์ดิรัจฉานทั่วไปด้วย เรียกว่า
เป็นการให้อภัยทานแก่สัตว์ทั่วไป ฉันใดก็ฉันนั้นค่ะ...ฯ

~ขอนอบน้อมแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์~

ที่นี่ดอทคอม




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 24, 2017, 02:06:49 PM