มีนาคม 26, 2017, 12:15:00 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   เว็บบอร์ด ดูทีวีธรรมะออนไลน์ ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงปู่(มั่น ภูริทัตตะเถระ)ฝากไว้ 2  (อ่าน 1113 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กหน้าวัด
เด็กใหม่
นักบุญผู้ใจดี
*****

พลังความดี : 696


เพศ: ชาย
กระทู้: 13275
สมาชิก ID: 1


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 01:22:22 PM »

Permalink: หลวงปู่(มั่น ภูริทัตตะเถระ)ฝากไว้ 2
หลวงปู่(มั่น ภูริทัตตะเถระ)ฝากไว้ 2

ใจไม่เที่ยวของใจใช่ต้องว่า
รู้ขันธ์ห้าต่างชนิดเมื่อจิตไหว
แต่ก่อนนั้นหลงสัญญาว่าเป็นใจ
สำคัญว่าในว่านอกจึงหลอกลวง

คราวนี้ใจเป็นใหญ่ไม่หมายพึ่ง
สัญญาหนึ่งสัญญาใดมิได้ห่วง
เกิดก็ตามดับก็ตามสิ่งทั้งปวง
ไม่ต้องหวงไม่ต้องกันหมู่สัญญา

เหมือนยืนบนยอดเขาสูงแท้แลเห็นดิน
แลเห็นสิ้นทุกตัวสัตว์แต่ว่าสูงยิ่งนัก
แลเห็นเรื่องของตนแต่ต้นมา
เป็นมรรคาทั้งนั้นเช่นบันได

ถามว่าน้ำขึ้นลงตรงสัจจานั้นหรือ?
ตอบว่าสังขารแปรก็ไม่ได้
ธรรมดากรรมแต่งไม่แกล้งใคร
ขืนผลักไสจับต้องก็หมองมัว

ชั่วในจิตไม่ต้องคิดผิดธรรมดา
สภาพสิ่งเป็นจริงดีชั่ว
ตามแต่เรื่องของเรื่องเปลื้องแต่ตัว
ไม่พัวพันสังขารเป็นการเย็น

รู้จักจริงต้องทิ้งสังขารเมื่อผันแปรเมื่อแลเห็น
เบื่อแล้วปล่อยได้คล่องไม่ต้องเกณฑ์
ธรรมก็เย็นใจระงับดับสังขาร
รับอาการถามว่าห้าหน้าที่มีครบครัน

แก้ว่าขันธ์แบ่งแยกแจกห้าฐาน
เรื่องสังขารต่างกองรับหน้าที่มีกิจการ
จะรับงานอื่นไม่ได้เต็มในตัว
แม้ลาภยศสรรเสริญเจริญสุข

นินทาทุกข์เสื่อมยศหมดลาภทั่ว
รวมลงตามสภาพตามเป็นจริง
ทั้ง ๘ สิ่งใจไม่หันไปพัวพัน
เพราะว่ารูปขันธ์ก็ทำแก่ไข้มิได้ถ้วน

นามก็มิได้พักเหมือนจักรยนต์
เพราะรับผลของกรรมที่ทำมา
เรื่องดีถ้าเพลิดเพลินเจริญใจ
เรื่องชั่วขุ่นวุ่นจิตคิดไม่หยุด

เหมือนไฟจุดติดจิตหมองไม่ผ่องใส
นึกขึ้นเองทั้งรักทั้งโกรธไม่โทษใคร
อยากไม่แก่ไม่ตายได้หรือคน
เป็นของพ้นวิสัยจะได้เชย

เช่นไม่อยากให้จิตเที่ยวคิดรู้
อยากให้อยู่เป็นหนึ่งหวังพึ่งเฉย
จิตเป็นของผันแปรไม่แน่เลย
สัญญาเคยอยู่ได้บ้างเป็นครั้งคราว

ถ้ารู้เท่าธรรมดาทั้งห้าขันธ์
ใจนั้นก็ขาวสะอาดหมดมลทินสิ้นเรื่องราว
ถ้ารู้ได้อย่างนี้จึงดียิ่ง
เพราะเห็นจริงถอนหลุดสุดวิถี

ไม่ฝ่าฝืนเป็นธรรมดาตามเป็นจริง
จะจนจะมีตามเรื่องเครื่องนอกใน
ดีหรือชั่วต้องดับเลื่อนลับไป
ยึดสิ่งใดไม่ได้ตามใจหมาย

ใจไม่เที่ยวของใจไวหวะวับ
สังเกตุจับรู้ได้สบายยิ่งเล็กบังใหญ่ไม่รู้ทัน
ขันธ์บังธรรมมิดผิดที่นี่
มัวดูธรรมขันธ์ไม่เห็นเป็นธุลีไป
ส่วนธรรมมีใหญ่กว่าขันธ์นั้นไม่แล

ถามว่า-มี-ไม่มี
ไม่มี-มี-นี้คืออะไร?
ทีนี้ติดหมดคิดแก้ไม่ไหว
เชิญชี้ให้ชัดทั้งอรรถแปลโปรดแก้เถิด

ที่ว่าเกิดมีต่างๆทั้งเหตุผล
แล้วดับไม่มีชัดใช่สัตว์คน
นี่ข้อต้นมีไม่มีอย่างนี้ตรง
ข้อปลายมีไม่มีนี้เป็นธรรม

ที่ล้ำลึกใครพบจบประสงค์
ไม่มีสังสารมีธรรมที่มั่นคง
นั่นแลองค์ธรรมเอกวิเวกจริง

ธรรมเป็นหนึ่งไม่แปรผันเลิศพบสงบนิ่ง
เป็นอารมณ์ของใจไม่ไหวติง
ระงับยิ่งเงียบสงัดชัดกับใจ
ใจก็สร่างจากเมาหาเร่าร้อน
ความอยากถอนได้หมดปลดสงสัย

เรื่องพัวพันขันธ์ห้าซาสิ้นไป
เครื่องหมุนในไตรจักรก็หักลง
ความอยากใหญ่ยิ่งก็ทิ้งหลุด
ความรักหยุดหายสนิทสิ้นพิศวง
ร้อนทั้งปวงก็หายหมดดังใจจง...ฯ

>>ขอนอบน้อมแด่พระไตรสรณะทั้งสาม<<
ขอความสุขความเจริญในกุศลธรรมจงมีแด่ทุกๆท่าน

ที่นี่ดอทคอม




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่ทีมงานคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ โดยที่เราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ tumcomputer@hotmail.com ทางทีมงานจะได้นำบทความนั้นออกทันที ขอบคุณครับ


เว็บนี้จัดทำโดย นายสุรัตน์ ศรลัมภ์ และครอบครัว อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และผู้มีพระคุณ

| HTML Hit Counters
Powered by SMF 1.1.17 | Simple Machines|Copyright © 20010 BY : thammaonline.com
บทความธรรมะรวมเรื่องกฏแห่งกรรมสมาธิ วิปัสนากรรมฐานพลังจิตกระดานถาม-ตอบ Sitemap

Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2017, 05:22:06 AM